กมธ.ติงกรมท่าอากาศยาน ซื้อรถดับเพลิงแต่ไม่ได้ใช้

กมธ.ติงกรมท่าอากาศยาน ซื้อรถดับเพลิงแต่ไม่ได้ใช้

กมธ.ติงกรมท่าอากาศยาน ซื้อรถดับเพลิงแต่ไม่ได้ใช้

รูปข่าว : กมธ.ติงกรมท่าอากาศยาน ซื้อรถดับเพลิงแต่ไม่ได้ใช้

ถกงบคมนาคมระบุเป็นกระทรวงที่ใครก็อยากดูแล ยิ่งยุค คสช.มือใครยาวสาวได้สาวเอา แนะกระจายความเจริญออกไปนอกกรุงเทพฯ บ้าง จวกงบซื้อรถดับเพลิงแพงและไม่ได้ใช้

วันนี้ (9 พ.ค.2563) จากนั้นเวลา 20.02 น. ที่ประชุมรัฐสภา เริ่มพิจารณา มาตรา 15 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงคมนาคม ตั้งงบฯ ไว้ 54,622,962,200 บาท

ยุค คสช.มือใครยาว สาวได้สาวเอา

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายเป็นคนแรกว่า ส่วนมากกระทรวงคมนาคมจะสร้างถนน ซ่อมผิวจราจร ไฟส่องสว่าง และรถไฟฟ้าที่ใหญ่เกินไป ใครโชคดีคุมคมนาคมก็ดึงงบฯ ไปลงพื้นที่ตัวเอง ลงในพื้นที่ฐานเสียง วิธีการแบบนี้เรียกว่าสูบเลือดคนทั้งแผ่นดิน

มายุค คสช.วางแผนเชิงนโยบาย รวบอำนาจมาศูนย์กลางเบ็ดเสร็จ แต่ซ้ำซ้อนเพียบและเอื้อทุนใหญ่ ขาดกลไกในการตรวจสอบ แต่ชอบอนุมัติโครงการใหญ่ ใครอยากทำสัมปทาน ก็วิ่งหาท่านผู้นำ และเรียกว่ายุคกินรวบ มือใครยาวสาวได้สาวเอา

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า มายุคที่ 3 ยุคปัจุจบัน ต้องจับตาต่อจากนี้ต้องมาดูว่าจะเปลี่ยนไป โดยมี 3 ทางคือ ต่อเนื่องจากยุค คสช. หรือกลับไปสู่ยุคก่อน คสช. และไปอยู่ยุคอนาคตใหม่

แนะออกไปพัฒนาเมืองอื่นแทนกรุงเทพฯ บ้าง

เสนอว่าปรับแผนแม่บท ปรับแผนงานที่ซ้ำซ้อน และพัฒนางานคมนาคมอย่างเป็นระบบ กระจายอำนาจเม็ดเงินจากท้องถิ่น และต้องเปลี่ยนจากกรุงเทพฯ ไปเน้นการพัฒนาเมืองอื่น จึงจะเป็นการลงทุนเพื่อทุกคน เป็นคำถามที่ถามในห้อง กมธ.และถามคำถามกับหัวหน้าหน่วยราชการว่า ยอมรับว่าแผนที่วางไว้ไม่ใช่ และควรปรับแผนยุทธศาสตร์ เพื่อไม่ให้เข้าสู่ยุคมืด

กรมท่าอากาศยานซื้อรถดับเพลิงแต่ไม่ได้ใช้

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอปรับลดงบฯ กระทรวงคมนาคม 10 % เนื่องจากมีกรมท่าอากาศ ใช้งบฯ ฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นและไม่ก่อประโยชน์ ในฐานะอนุกรรมาธิการ ขอเรียนว่าท่าอากาศยานในไทยมี 2 หน่วยงานดูแล คือ กรมท่าอากาศยานและบริษัทท่าอากาศยานไทย แต่ในงบฯ ของกรมท่าอากาศยาน แทนที่จะนำงบฯ ไปปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ห้องน้ำ หรือรันเวย์ แต่กลับของบฯ ไปซื้อรถดับเพลิงไปจอดทิ้งไว้ รถพวกนี้ไม่เคยใช้เลย แล้วปี 2563 ก็มาขอซื้อรถดับเพลิงอีก 11 คัน คันละ 50 ล้านบาท

กรมท่าอากาศยาน อ้างว่า ไอเคโอบังคับว่า รถดับเพลงที่เกิน 20 ปีแล้วห้ามใช้ ผมสงสัยว่าเครื่องบินที่ใช้มามากกว่า 30 ปี ก็ยังเห็นบินกันอยู่ทุกวันนี้ เมื่อตรวจสอบข้อห้ามของไอเคโอ กลับพบว่าไม่มีข้อห้ามดังกล่าว แสดงว่าเป็นการชี้แจงที่เป็นเท็จ จนนำไปสู่ความน่าสงสัย

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจสอบบริษัทที่เป็นบริษัทขายรถดับเพลิงในราคา 50 ล้านบาท พบว่าเป็นบริษัทที่หลายๆ กระทรวงซื้อเช่นเดียวกัน อีกทั้งการตั้งงบฯ แทนที่จะใช้เพื่อประชาชน กลับใช้ทำอย่างอื่น จึงเห็นควรปรับลดงบฯ ลง

ชี้งบคมนาคมกระจุกแต่ในตัวเมือง

ด้านนายคารม พลพรกลาง ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า งบฯ คมนาคม 5.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งการคมนาคมของไทยยังไม่สอดคล้องกับประชากรและความเหลื่อมล้ำ มีความกระจุกตัวในเมือง การปรับลดส่วนใหญ่เป็นของกรมทางหลวง ทั้งที่ถนนในพื้นที่ชนบทยังไม่ได้พัฒนา จึงเห็นว่าการจัดทำงบฯ เป็นไปตามข้าราชการประจำ

มีการลดงบฯ ซ่อมบำรุงทางหลวง 10-15 % เช่น จ.ร้อยเอ็ด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา เห็นว่าเส้นทางอีสาน ถนนมอเตอร์เวย์ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้รถติดขัด ยกตัวอย่างเส้นทางบางปะอินไปนครราชสีมา

ขณะที่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอปรับลดงบฯ 1% ยกตัวอย่างที่ จ.เชียงราย สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 1 เชียงของ ทำให้มีคนจีนขับรถเดินทางเข้ามา กลายเป็นปัญหาของคนในพื้นที่ เพราะเขาไม่รู้เรื่องการจราจร

กระทรวงคมนาคมแก้ปัญหาโดยให้คนจีนที่ขับรถเข้ามา ขออนุญาตกรมการขนส่งทางบกล่วงหน้า 15 วัน แต่ตอนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา เงินที่เคยสะพัดก็หายไป เพราะจีนเข้าไปทางลาวและเวียดนามแทน ทำให้ จ.เชียงราย เสียโอกาสในส่วนนี้ อยากให้ รมว.คมนาคม รับแก้ประเด็นนี้เพื่อให้การท่องเที่ยวฟื้นตัว

แจงซื้อรถดับเพลิง 6 คัน

นายภราดร ปริศนานันทกุล กมธ. ตอบคำถามของนายยุทธพงศ์ ประเด็นจัดซื้อรถดับเพลิงอากาศยาน ของกรมท่าอากาศยาน โดยปี 2563 กระทรวงคมนาคม จัดทำงบฯ ขอซื้อ 6 คัน แบ่งเป็น คันใหญ่ 2 คัน ที่กระบี่และสุราษฎร์ธานี ส่วนอีก 4 คันแบ่งไปที่เบตง 2 คัน นครศรีธรรมราช 1 คัน และนครราชสีมา 1 คัน

แต่ชั้น กมธ.ได้ตัดงบฯ เหลือ 2 คัน ประเด็นที่ถามว่ามีการย้ายรถดับเพลิงจากกระบี่ไปอยู่บุรีรัมย์ เนื่องจากไอเคโอกำหนดมาตรฐานไว้ โดยใช้คันใหญ่เนื่องจากช่วงนั้นมีการจัดสรรโมโตจีพี มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 21.00 น. ที่ประชุมมีมติโหวต มาตรา 15 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงคมนาคม มีผู้เข้าร่วมประชุม 442 คน เห็นด้วย 242 คน ไม่เห็นด้วย 62 คน งดออกเสียง 136 คน และไม่ลงคะแนน 2 คน

กลับขึ้นด้านบน