จี้ศธ.เลิกผุดอาคาร แนะเน้นสร้างคน ไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

จี้ศธ.เลิกผุดอาคาร แนะเน้นสร้างคน ไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

จี้ศธ.เลิกผุดอาคาร แนะเน้นสร้างคน ไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

รูปข่าว : จี้ศธ.เลิกผุดอาคาร แนะเน้นสร้างคน ไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

แนะทำการศึกษาให้อยู่เหนือการเมือง และต้องไม่เน้นสร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่ควรสร้างคนมากกว่า ขณะที่ ส.ส.ขอให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยเป็นของขวัญวันเด็ก และควรยกเลิกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

วันนี้ (10 ม.ค.2563) เวลา 10.53 น. นายกรณ์ จาติกวนิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปราย ในมาตรา 24 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยกล่าวขอบคุณ ส.ส.ที่สะท้อนถึงความกังวลในแวดวงระบบการศึกษา สมาชิกทุกพรรคให้ความสำคัญเรื่องของการศึกษา และเห็นตรงกันว่า “อยากให้การศึกษาควรเป็นเรื่องเหนือการเมือง” การวิพากษ์วิจารณ์ต้องมีบ้างและขอชม รมว.ศึกษาธิการ ที่เปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะ

อยากเห็นเด็กไทยพูดได้มากกว่า 1 ภาษา

นายกรณ์กล่าวว่า การเปลี่ยนระบบการทำงานเป็นเรื่องสำคัญ การเติมอาวุธ ทักษะให้กับเด็กๆ จากการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะทักษะด้านภาษา เด็กไทยนอกจากภาษาไทยแล้ว ต้องพูดได้อีก 1 ภาษา เช่น ภาษาจีน หรือภาษาอังกฤษ ต้องพูดและสื่อสารได้

เสนอให้สอนอิงลิชโปรแกรมตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยครูต้องเป็นเจ้าของภาษา จึงจะทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้ จากการประเมินใช้เงินน้อย ถ้ารัฐบาลจะขับเคลื่อน ควรทำในระดับอำเภอก่อน อำเภอละ 1 โรงเรียน เท่ากับใช้ครูเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 คนต่อ 1 โรงเรียน งบฯ น้อยกว่า 1 พันล้านบาท แต่ถ้าทำทุกตำบล จะใช้งบฯ 7 พันล้านบาทต่อปี ถามว่าคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าให้เด็กไทยทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้

นายกรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนการเรียนการสอนด้านการเกษตร ถ้าจะผลิตเกษตรกรพันธุ์ใหม่ มองว่าการศึกษาในระดับอาชีวะ มีวิทยาลัยเกษตรและประมง 47 แห่ง ตอนนี้มีงบฯ เพียงปีละ 100 ล้านบาท ถ้ายกระดับและจัดสรรให้อาชีวะกลุ่มนี้ น่าจะเตรียมการให้กับอนาคตได้ เพราะเกษตรกรไทยเริ่มเข้ากลุ่มสูงอายุแล้ว ทักษะเทคโนโลยีน้อย ทักษะการตลาดน้อย

ชี้การศึกษาต้องอยู่เหนือการเมือง

ด้าน นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขอแปรญัตติปรับลดงบฯ 5 % หรือราว 1.8 หมื่นล้านบาท อภิปรายว่า เพื่อนำไปปรับระบบภายในของกระทรวงศึกษาธิการ เหตุผลตรงกันคือ การศึกษาอยู่เหนือการเมือง เหนือพรรคการเมือง ต้องเอานักเรียนมาก่อน ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการก็พร้อมรับฟัง พร้อมปฏิบัติและเปลี่ยนแปลง

นายกนกกล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อน 3 ระบบ คือ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) คุรุสภา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่ง 3 ระบบค้ำกระทรวงศึกษาธิการอยู่ แต่ต่างคนต่างทำงาน ขาดการบูรณาการ เพื่อตอบเป้าหมายคุณภาพการศึกษา

เสนองบฯ รายจ่ายปี 63 กระทรวงต้องปรับงบฯ ภายในไปบูรณาการในการปฎิบัติงานของ 3 องค์กรหลักนี้ ยกระดับคุณภาพของนักเรียน ส่วนปี 64 ก็ปรับคุณภาพของครู

หมอชลน่านแนะหยุดสร้างอาคารมาสร้างคน

จากนั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขอเสนอปรับลดงบฯ กระทรวงศึกษาธิการ 15 % หรือราว 2 พันล้านบาท เนื่องจากงบฯ 1.3 แสนล้านบาท ถูกนำไปใช้ในโครงการและแผนงานพื้นฐาน รวมทั้งแผนงานยุทธศาสตร์ ไม่เกี่ยวข้องกับงบฯ บุคคลากร บูรณาการ และกองทุนต่างๆ กรรมาธิการปรับลด 909 ล้านบาท แต่ตนเสนอปรับลด 2 พันล้านบาท เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการมีโครงสร้าง การดำเนินงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่เสถียร มีความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก เช่น งานบริหารบุคคล มีการตั้งศึกษาธิการจังหวัด

ขอบคุณ กมธ.ที่ปรับลดหมวดค่าที่ดินสิ่งก่อสร้าง 432 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เนื่องจากกฎหมายยังไม่เสถียร ขณะนี้ผู้ที่อยู่ในวงการการศึกษาเรียกร้องให้ปรับปรุง พ.ร.บ.ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.ว่าด้วยการบริหารบุคคล เชื่อว่าจะเข้าสภาฯ ในเร็วๆ นี้

หน่วยงานในกำกับ ศธ. 10 หน่วยงาน ไม่จำเป็นต้องก่อสร้างสิ่งใหม่มาเติมเต็ม ส่วนการจัดระบบการศึกษาชาติต้องมีการปรับปรุง ที่ผ่านมาสอนคนให้เป็นลูกจ้าง ไม่เคยสอนคนให้เป็นนายจ้าง ยกตัวอย่าง นิ้วมือ 5 นิ้วไม่เท่ากันและต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง แต่สิ่งที่ระบบการศึกษาพยายามทำคือ งอมือให้ 5 นิ้วเท่ากัน

ระบุ พรบ.ยังไม่นิ่งควรหยุดสิ่งก่อสร้าง

ต่อมา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ขอปรับลดงบฯ 5 % จากงบทั้งหมด ด้วยเหตุผล 4 ด้าน คือ อัตราการเกิดประชากรลดลง เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย นักเรียนน้อยลง แต่สวนทางงบฯ การศึกษาที่เน้นเรื่องการก่อสร้าง ในเชิงโครงสร้างต้องให้นิ่งก่อน และที่ไหนขาดแคลนควรได้รับงบฯ เรื่องสวัสดิภาพความปลอดภัยของนักเรียน มีโครงการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายในสังคม งบฯ 98 ล้านบาท งบฯ ไม่เยอะ แต่ระบบนี้ควรเข้าสู่งานปกติ เช่น การจัดให้มีนักจิตวิทยาคลินิก ไม่ใช่นักจิตวิทยาแนะแนว

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า งบฯ ส่วนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ 2.6 พันล้านบาท ตั้งเพื่อใช้ในการศึกษาของกลุ่มเด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ และกลุ่มเด็กบกพร่อง แต่พบเม็ดเงินเน้นนำไปใช้งบฯ ลงทุนก่อสร้าง 400 กว่าล้านบาท

แนะทำโรงเรียนให้ปลอดภัยเป็นของขวัญวันเด็ก

อยากให้เดินไปดูเด็กที่อยู่ร่วมกันในโรงเรียนประชานุกูล จะเห็นความยากลำบากของบุคลากรและเด็กๆ ที่อยู่ที่นี่ ฝากความหวังให้กระทรวงศึกษาธิการลงไปดูแล เพื่อใช้เม็ดเงินลงไปให้ตรงจุด ฝากแก้ปัญหาเพื่อเป็นของขวัญวันเด็กพรุ่งนี้ (11 ม.ค.) มีน้องๆ ส่งข้อความมาหาผมว่า เขาคิดว่าโรงเรียนคือที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด แต่ทุกวันนี้หลายแห่งกลายเป็นที่อันตรายที่สุด

เด็กตื่นเช้ามาบอกว่าไปโรงเรียนแล้วจะถูกเพื่อนแกล้ง จะถูกครูกล้อนผมหรือไม่ เด็กจะโดนแก้วกาแฟเสียโฉม หรือโดนครูล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ขอให้ปรับงบลงทุนไปใช้กับสิ่งเหล่านี้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับเด็ก

ขวางยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ปีหน้าโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ โดยการอำนวยการของผม หากนายกฯ รองนายกฯ และรัฐบาล ไม่ยกเลิกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ผู้ปกครอง-สมาคมโรงเรียนขนาดเล็ก 15,000 แห่ง จะต้องมาที่รัฐบาล ผมจะประสานสมาพันธ์ครูทั่วประเทศให้ข้อเรียกร้องนี้เป็นจริง

คณะกรรมการการศึกษาจังหวัด ทำให้โครงสร้างซ้อนแล้วซ้อนอีก โดยอ้างความไม่โปร่งใสในการย้ายข้าราชการครูแต่ละเขตพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจสั่งเปลี่ยนโครงสร้าง ศธ.ทั้งหมด และบอกว่าจะฟังประชาชน หากหมู่บ้านไหนไม่ต้องการยุบ หรือควบรวมโรงเรียน แต่คำสั่งเป็นหนังสือไปยังผู้ว่าฯ ให้เร่งยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

คำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ทำลายโครงสร้าง ศธ. งบฯ เรื่องนี้ผมตัดออกทั้งหมด การทรมานผู้ปกครองโรงเรียนขนาดเล็ก พอตำแหน่งครูใหญ่ว่าง ครูว่าง ไม่บรรจุ แล้วเขาไม่มีนักเรียน จึงจำเป็นต้องยุบ ผมถือเป็นฆาตกรรมทางการศึกษา

นายขจิตรกล่าวว่า ผมจะให้เวลา ศธ.และรัฐบาล ภายในเดือน เม.ย.นี้ ถ้าปัญหายุบโรงเรียนขนาดเล็กยังไม่จบ ผมจะนำประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ มาพบหัวหน้ารัฐบาลที่กรุงเทพฯ
รมว.ศธ.รับปากไม่ยุบโรงเรียนเล็ก

จากนั้นเวลา 12.38 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลุกขึ้นตอบคำถามของนายขจิตร กรณีโรงเรียนขนาดเล็กที่มี 1,500 แห่ง โดยระบุว่า หากมองอีกด้านที่กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการที่อยู่ชายขอบ ชายแดน บนเกาะ ที่ไม่ได้รับการสนับสนุน แต่จะได้รับการสนับสนุนในปี 64 ส่วนอีก 1,900 แห่งที่อยู่บนพื้นราบและไม่มีความสามารถที่จะควบรวมได้แน่นอน หากมองอีกด้านทั้ง 5,000 แห่งจะเป็นโรงเรียนที่ ศธ.ต้องทำเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โรงเรียนเหล่านี้ต้องไปดูบริบทจริงของพื้นที่จังหวัด พูดคุยกับคนในพื้นที่

นายณัฏฐพลกล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการมีเรื่องเร่งรัดที่ต้องทำอีกหลายเรื่อง มากกว่าการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก และขอบคุณ ส.ส.ที่เสนอแนะ โดยยืนยันว่าจะใช้งบฯ ของกระทรวงศึกษาธิการอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งที่ทุกคนนำเสนอจะรับไปปฏิบัติ

นอกจากนี้ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัดงบฯ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 5,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการตรา พ.ร.บ.ประถมศึกษา พ.ศ.2464 ผ่านมา 99 ปี แต่ปรากฎว่ามีคนไทยเพียงครึ่งเดียวมีการศึกษาสูงกว่าประถมศึกษา จึงต้องการให้ ศธ.ปรับบทบาท ผมห่วงอาชีวศึกษาที่ได้งบฯ เพียงครึ่งเดียวของสำนักงานปลัดฯ ต้องการให้ ศธ.ปรับบทบาท ผมห่วงอาชีวศึกษาที่ได้งบฯ เพียงครึ่งเดียวของสำนักงานปลัดฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 14.20 น. ที่ประชุมมีมติโหวต มาตรา 24 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในกำกับ มีผู้เข้าร่วมประชุม 458 คน เห็นด้วย 250 คน ไม่เห็นด้วย 68 คน งดออกเสียง 140 คน

กลับขึ้นด้านบน