ติงงบฯ อุตสาหกรรม ค่าจ้างที่ปรึกษาอีอีซีสูงกว่า 330 ล้านบาท

ติงงบฯ อุตสาหกรรม ค่าจ้างที่ปรึกษาอีอีซีสูงกว่า 330 ล้านบาท

ติงงบฯ อุตสาหกรรม ค่าจ้างที่ปรึกษาอีอีซีสูงกว่า 330 ล้านบาท

รูปข่าว : ติงงบฯ อุตสาหกรรม ค่าจ้างที่ปรึกษาอีอีซีสูงกว่า 330 ล้านบาท

ติงงบที่ปรึกษาอีอีซีสูงมากถึงกว่า 330 ล้านบาท และไม่มีเกณฑ์กำหนดราคา ขณะที่ค่าเช่าคอมพิวเตอร์ต่อเครื่อง สูงเกือบปีละแสนบาท แถมยังมีเครื่องพิมพ์เท่ากับจำนวนเครื่องด้วย

วันนี้ (10 ม.ค.2563) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กมธ. อภิปรายในส่วนของงบฯ กระทรวงอุตสาหกรรม ในมาตรา 26 ว่า โครงการอีอีซี พบค่าจ้างที่ปรึกษามีรายละเอียดยิบย่อยทุกรายการ และเป็นราคาที่สูงมาก 338 ล้านบาท เช่น ค่าจ้างที่ปรึกษาสนับสนุน สกพอ. เพื่อบริหารและกำกับสัญญาของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม และนวัตกรรมดิจิทัล และโครงการท่าเรืออีอีซี จ้างผู้จัดการโครงการนาน 4 เดือน เดือนละ 1.9 แสนบาท และมีรองผู้จัดการด้านการเงิน ด้านกฎหมายและสัญญา และมีผู้ช่วยด้านต่างๆ มีค่าเช่าคอมพิวเตอร์ปีละ 60,000 บาทต่อเครื่อง ปรากฎในหลายรายการของโครงการอีอีซี ที่สำคัญมีการเช่าเครื่องพิมพ์ รองรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ลักษณะ 1 ต่อ 1

ผมถามว่ามีสำนักงานไหนที่ซื้อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ใช้งานกับเครื่องพิมพ์ 1 เครื่อง ถ้ามีคอมพิวเตอร์ 50 เครื่อง ต้องมีเครื่องพิมพ์ 50 เครื่อง แบบนี้ต้องตัดออก

ด้านนางรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงนายวรวัจน์ ประเด็นค่าจ้างที่ปรึกษาต่างๆ โดยฝากว่า เมื่อเป็น กมธ.พิจารณางบฯ ก็ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ทำไม่สำเร็จ ขอให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งค่าจ้างที่ปรึกษาเป็นงบฯ ที่ตั้งแล้วไม่มีราคากลาง เห็นด้วยว่าเป็นงบฯ ที่รั่วไหลมาก และต้องหาแนวทางตั้งราคากลาง ไม่ให้สูญเสียงบฯ เกินไป ส่วนเรื่องราคาเช่าคอมพิวเตอร์ต้องแก้ปัญหาให้เป็นระบบ ฝาก กมธ.สามัญด้วย

กลับขึ้นด้านบน