“ปิยบุตร” เปิดเอกสารแฉ กกต.ข้ามขั้นตอนปมเงินกู้ 191 ล้าน

“ปิยบุตร” เปิดเอกสารแฉ กกต.ข้ามขั้นตอนปมเงินกู้ 191 ล้าน

“ปิยบุตร” เปิดเอกสารแฉ กกต.ข้ามขั้นตอนปมเงินกู้ 191 ล้าน

รูปข่าว : “ปิยบุตร” เปิดเอกสารแฉ กกต.ข้ามขั้นตอนปมเงินกู้ 191 ล้าน

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยังเชื่อว่ามีการตั้งธงยุบอนาคตใหม่ ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสืบสวนของ กกต.

วันนี้ (10 ม.ค.2563) นายปิยบุตร แสงกนกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ตั้งข้อสังเกตคณะกรรมการเลือกตั้งว่า ทำผิดกฎหมายข้ามขั้นตอนการพิจารณาคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยเงินกู้ให้พรรค 191 ล้านบาท และมีเป้าหมายให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทั้งเตรียมยื่นฟ้อง มาตรา 157 ด้วย

โดยเอกสารที่นำมาแถลงข่าวอ้างว่า เป็นเอกสารหลุดจาก กกต.แต่ไม่ขอเปิดเผยแหล่งที่มา เชื่อว่าเป็นเอกสารจริงจากขั้นตอนการพิจารณาคดีของ กกต. โดยรายละเอียดในเอกสาร ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 13 มี นายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อน ประธานการสืบสวนและไต่สวน นายนิยต ดำรงประภักดิ์ กรรมการสืบสวนและไต่สวน นายสุชาติ เพชรอาวุธ กรรมการสืบสวนและไต่สวน

ในชั้นนี้มีพยานบุคคลสอบสวนประกอบ 6 ปาก อาทิ น.ส.มณีรัตน์ อิสรัชตพล พยานในฝ่ายผู้ร้อง ให้เหตุผลว่า ในอดีตเคยมีพรรคการเมืองกู้ยืมเงินซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเงินจากคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อนำไปใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ภายในพรรคการเมือง เงินของพรรคการเมืองไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมือง

น.ส.ญาณวรรณ อิสรา พยานในฝ่ายผู้ร้อง ให้การว่า มีพรรคการเมืองยืมเงินหรือกู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นอยู่จำนวนหลายพรรค เช่น พรรคพลังชล ระบุว่ามีเจ้าหนี้เงินยืมทดลองจ่าย พรรคมาตุภูมิระบุว่ามีเงินกู้ยืมกรรมการ ซึ่งพยานทราบว่าส่วนใหญ่จะกู้ยืมเงินจากคณะกรรมการบริหารพรรค และเงินที่ได้จากการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองนั้น ไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมือง ดังนั้นการกู้ยืมไม่ใช่เป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง

คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนให้ความเห็นว่า การเงินของพรรคการเมืองจึงสามารถทำได้เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามไว้ประกอบกับเมื่อพิจารณาจากคำให้การของพยานที่สืบสวนประกอบและพิจารณาร่วมหนังสือการเงินของพรรคการเมือง 2556 จะเห็นได้ว่าเงินที่ได้จากการกู้ยืมไม่ใช่รายได้แต่เป็นหนี้สินจึงไม่ตกอยู่ภายใต้มาตรา 12 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560

และจะเห็นว่าพรรคการเมืองซึ่งเป็นนิติบุคคลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังนั้นสามารถกู้เงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองที่มีมุระค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 66 ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์เห็นควรยกคำร้อง แต่เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ยกคำร้องยังมีความผิดปกติ กกต.ยังส่งข้อมูล ให้สำนักสืบสวนและวินิจฉัย 1และ 2  พิจารณาต่อ มีคณะคำงานดังต่อไปนี้ 

1.น.ส.พรวิสาข์ เอมพานิช พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการในตำแหน่ง ผอ.การสืบสวนและวินิจฉัย 2 2.นายวิชัย เดชดี ผอ.สำนักสอบสวนและวินิจฉัย 1 3.นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ รองผอ.สำนักสอบสวนและวินิจฉัย 1 พิจารณาแล้วให้เหตุผลว่า หลักการทางบัญชีเงินกู้ยืม คือ หนี้สินไม่ใช่รายได้

การกู้ยืมเงินพรรคการเมืองสามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ ,เงินที่ได้จากการกู้ยืมไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน จะเห็นว่าพรรคการเมืองซึ่งเป็นนิติบุคคลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวสามารถกู้ยืมเงินเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองได้ ดังนั้นผู้ถูกร้องที่นายธนาธร ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการบริจาค จึงเห็นควรยกคำร้อง

แม้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 13 และสำนักสืบสวนและวินิจฉัย 1และ 2 ยังวินิจฉัยยกคำร้อง แต่ กกต.ยังส่งเรื่องไปที่ อนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งคณะอนุกรรมการ เห็นว่าควรส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมาก 3 เสียงประกอบด้วย นางสุกัญญา รัตนนาคินทร์ พล.ท.สมชาย ชัยวณิชยา และ พล.ต.ต.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ เห็นควรให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการมืองมีกำหนด 5 ปี และให้เงินทรัพย์สินหรือประโชน์อื่นใด ส่วนอนุกรรมการเสียข้างน้อย ประกอบด้วย นายมหินทร์ สุรดินทร์กูร และ พล.ต.ต.พิศาล กุมรินทร์ เห็นควรยกคำร้อง

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่มองว่า กระบวนการเหล่านี้ผิดขั้นกระบวนการพิจารณาคดี เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ มีความกระเหี้ยนกระหือรือยุบพรรคอนาคตใหม่ และพบความผิดปกติอีกประเด็นคือ กกต.เติมความผิด มาตรา 72 เพิ่มขึ้นมา เพราะเป็นมาตราเดียวที่อ้างไปถึงการยุบพรรคทั้งๆ ที่เหตุของเรื่องนี้เริ่มต้นที่มาตรา 66 ถึงแม้ว่า กกต. จะอ้างว่าเป็นคนละคำร้องกัน แต่ทราบว่าในเอกสารที่ทาง กกต. ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ

และยังกล่าวว่า กกต.ไม่เป็นองค์อิสระที่ไม่อิรสะ เพราะมีการทำงานที่น่าสงสัยหลายประการ ตั้งแต่การแบ่งเขตเลือกตั้ง การนับคะแนนเลือกตั้ง และวิธีคำนวณ ส.ส. ยังเรียกร้องให้พนักงานใน กกต.ออกมาเปิดเผยว่าถูกกดดันในการทำงานอย่างไร ซึ่งถ้าออกมาเปิดเผยถือว่าเป็นผู้กล้าทำเพื่อประเทศ

ส่วนความคืบหน้าในคดีนี้ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องจาก กกต. ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ในคดีกู้เงินโดยให้เวลายื่นเอกสารภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันนี้ แต่เนื่องจากติดวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้ขอขยายเวลาต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลาไปถึงวันที่ 27 มกราคม 2563 และ ในวันนั้นจะขอให้ศาลเปิดกระบวนการไต่สวนเรียกพยานเอกสารชุดนี้มาพิจารณาในศาล จะได้รู้ว่าทำผิดขั้นตอนหรือไม่

กลับขึ้นด้านบน