ส.ส.อนาคตใหม่ ชี้แนวคิดให้หยุดงานทำที่บ้านไม่ตรงจุดกับแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ส.ส.อนาคตใหม่ ชี้แนวคิดให้หยุดงานทำที่บ้านไม่ตรงจุดกับแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ส.ส.อนาคตใหม่ ชี้แนวคิดให้หยุดงานทำที่บ้านไม่ตรงจุดกับแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

รูปข่าว : ส.ส.อนาคตใหม่ ชี้แนวคิดให้หยุดงานทำที่บ้านไม่ตรงจุดกับแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ประธานคณะกรรมาธิการที่ดินฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ชี้แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ต้องมีหน่วยงานกลางที่มีอำนาจสั่งการ และงบประมาณในการแก้ฝุ่นเกินค่ามาตราฐาน ยอมรับการให้ข้าราชการหยุดทำงานที่บ้านเป็นวิธีหนึ่งที่ต่างประเทศทำ แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกจุด

วันนี้ (14 ม.ค.2563)  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ดินฯ ของสภาผู้แทนราษฎร แสดงความเห็นต่อกรณีการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ของรัฐบาลที่มีแนวคิดจะให้ข้าราชการทำงานที่บ้านว่า มีบางประเทศที่ใช้วิธีดังกล่าว แต่ถือว่ายังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ซึ่งหากดูโมลเดลการแก้ปัญหาของต่างประเทศนั้น จะมีสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีอำนาจในการที่จะแก้ไขปัญหา โดยต้องบูรณาการกับกระทรวง หน่วยงานต่าง ๆ ได้ เมื่อพบว่าค่าฝุ่นเกิดกว่าที่กำหนด

นอกจากนี้จะต้องใช้อำนาจในการสั่งเมื่อพบว่าโรงงานใด ก่อให้เกิดฝุ่นที่เกินค่ามาตรฐานจะต้องหยุดดำเนินการ หรือเป็นข้าราชการจะต้องทำงานที่บ้าน หรือรถทะเบียนเลขคี่ จะเข้าเดินทางมายังกรุงเทพมหานครไม่ได้ หรือรถที่มีอายุเก่ากว่าปี 2005 ห้ามเข้ามายังพื้นที่เมือง หรือ พื้นที่ประสบภาวะปัญหาฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน

นายพิธา ย้ำว่า ต้องมีหน่วยงานที่มีอำนาจ และงบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้ในระยะสั้น เพื่อให้ฝุ่นลดลง เพราะไม่มีมาตราการใดมาตรการหนึ่งในระยะสั้นนี้ที่จะตอบโจทย์แก้ไขได้ ซึ่งต้งมีคนกลางที่มีอำนาจมากพอที่จะสั่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้ พร้อมระบุว่า พรรคอนาคตใหม่มีแนวคิดที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจและงบประมาณในการแก้ไขปัญหาระยะสั้นได้จริง ๆ ซึ่งอธิบดีไม่ได้มีอำนาประสานหรือสั่งได้ ส่วนนโยบายบระยะกลางและระยะยาวนั้นต้องเป็นนโยบายเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลา

และในฐานะทีเป็นกรรมาธิการสามัญที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เคยพิจารณาปัญหานี้ กล่าวเห็นใจผู้ที่ทำงานโดยเฉพาะอธิบีดกรมควบคุมมลพิษ ที่ต้องรับหน้ากับปัญหารวมถึงการพยยามที่จะแก้ไข แต่ว่าต้นเหตุนั้นมาจากหลายสาเหตุ ท้ังการเผาสินค้าทางการเกษตร ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการเกษตร และยังมีฝุ่นที่เกิดจากโรงงานภาคอุตสาหกรรม ซึ่งก็อยู่ที่กระทรวงการอุตสาหกรรม ส่วนฝุ่นที่เกิดจากการเดินทางหรือการขนส่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม หรือจะเป็นฝุ่นที่เกิดจากการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านที่ลอยเข้ามาทั้งในภาคเหนือ ภาคใต้ หรือ ตะวันออกและอีสาน ก็เกี่ยวกับกระทรวงการต่างประเทศ

นอกจากนี้นายพิธา ยังระบุว่า หลังจากปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมที่จะดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามที่มีหมายเรียกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีแฟลชม็อบ ย้ำยินดีที่จะให้ความร่วมมือ และให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน