ชงครม.เคาะ 4 มาตรการสู้ฝุ่น PM 2.5 บังคับรถบรรทุกห้ามวิ่งวันคี่

ชงครม.เคาะ 4 มาตรการสู้ฝุ่น PM 2.5 บังคับรถบรรทุกห้ามวิ่งวันคี่

ชงครม.เคาะ 4 มาตรการสู้ฝุ่น PM 2.5 บังคับรถบรรทุกห้ามวิ่งวันคี่

รูปข่าว : ชงครม.เคาะ 4 มาตรการสู้ฝุ่น PM 2.5 บังคับรถบรรทุกห้ามวิ่งวันคี่

ทส.ชงมาตราการสู้ฝุ่น PM2.5 เข้าครม.สัปดาห์หน้า โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกกฎบังคับเจ้าพนักงานจราจรห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปวิ่งบนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกในวันคี่ ใช้แค่ 2 เดือน ส่วนกรมการขนส่งทางบก ตรวจเข้มรถควันดำ รถโดยสารสาธารณะหากเจอสั่งห้ามวิ่ง

วันนี้ (14 ม.ค.2563) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ครั้งที่ 1/2563 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลว่า ที่ประชุมมีมติออกมาตร การป้องกัน และควบคุมสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม

โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ออกกฎข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เข้ามาเดินรถในเส้นทางถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกในวันคี่โดยเด็ดขาด แต่อนุญาตให้เดินรถเข้ามาในวันคู่ ช่วงเวลา 10.00-15.00 น. ตามมาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับได้หากฝ่าฝืน แต่ยกเว้นรถบรรทุกขนส่งอาหารสดวิ่งได้ตามปกติ  

 

ปลัดทส.กล่าวว่า ต้องขอโทษผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ แต่สาเหตุฝุ่นละอองหลักเกิดจากรถยนต์มากถึงร้อยละ 72 โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ พบมีรถบรรทุกสินค้าจดทะเบียนในกรุงเทพมหานครถึง 140,000 คัน โดยเป็นรถบรรทุกใช้เครื่องยนต์ดีเซลมากกว่า 99,000 คัน จึงจำเป็นต้องออกกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองไม่ให้สูงเกินค่ามาตรฐาน

ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนบังคับใช้เพียง 2 เดือน โดยใช้ถึงสิ้นเดือนก.พ.นี้ โดยสัปดาห์หน้า จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติ และจะมีผลบังคับใช้ทันที เชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยลดฝุ่น PM2.5 ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานได้มาก

กรมการขนส่งทางบกต้องคุมเข้มรถควันดำ

นายจตุพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการอื่นๆที่ดำเนินการอยู่ด้วย เช่น กรมการขนส่งทางบก จะเป็นหน่วยงานที่ตรวจเข้มรถโดยสารไม่ประจำทางที่ใช้ขนส่งพนักงานตามบริษัทที่มีกว่า 60,000 คัน อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มปริมาณฝุ่นละออง โดยจะตรวจเข้มเรื่องควันดำ และเจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายให้หยุดใช้รถได้ทันที

ส่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ลดกำลังการผลิตร้อยละ 50 ช่วงเวลาวิกฤติของฝุ่นละออง ซึ่งผู้ประกอบการให้ความร่วมมืออย่างดี

 

ส่วนการห้ามเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยจะเข้มงวดตรวจสอบไม่ไห้มีการเผาเด็ดขาดที่มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ส่วนต่างจังหวัดจะกำชับห้ามเผาในที่โล่งเช่นกัน เพราะบางพื้นที่ลมอาจพัดฝุ่นละอองเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ เช่นเดียวกับ 50 เขตในกรุงเทพมหานครจะตรวจเข้มบริเวณการก่อสร้างรถไฟฟ้าในทุกเขต หากฝ่าฝืนสามารถระงับการก่อสร้างได้ทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ฝุ่น PM2.5-น้ำเสีย" แชมป์ปัญหามลพิษเมืองปี 62

ฝุ่นกรุงเทพฯ วิกฤตถึงระดับ 4 ชงเสนอยาแรง

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน