"จุรินทร์" ไม่หวั่นไหวหลังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทยอยลาออก

"จุรินทร์" ไม่หวั่นไหวหลังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทยอยลาออก

"จุรินทร์" ไม่หวั่นไหวหลังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทยอยลาออก

รูปข่าว : "จุรินทร์" ไม่หวั่นไหวหลังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทยอยลาออก

"กรณ์" ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ขณะที่ "จุรินทร์" ยืนยัน ไม่มีความขัดแย้งกับ "กรณ์" และไม่ทราบเหตุผลที่ลาออก

วันนี้(15ม.ค.2563) มีรายงานว่าบุคคลใกล้ชิดนายกรณ์ จาติกวณิช ได้นำหนังสือแสดงความจำนงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มายื่นต่อเจ้าหน้าที่ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเหตุผลและยังไม่ได้พูดคุยกัน ต้องให้นายกรณ์เป็นคนชี้แจงเหตุผล เพราะหากพูดไปก่อนจะไม่ตรงกัน และยังไม่ได้คุยกับนายกรณ์และทราบจากข่าวเมื่อคืนนี้พร้อมกับคนอื่น

ส่วนที่มีการมองว่านายกรณ์เคยเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่ถูกลดบทบาทและให้นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแทนนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ และในการทำหน้าที่ ส.ส. นายกรณ์มีบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และการทำงานในทีมเศรษฐกิจไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ช่วงหลังมีคนรุ่นใหม่เข้าช่วยเสริมทีมเศรษฐกิจให้ทันสมัย เพราะโลกและภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนไป รวมถึงกลไกรูปแบบต่างๆก็เปลี่ยนไป จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทีมในพรรคมากขึ้น

ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีสมาชิกคนอื่นลาออกตามมา หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่ายังไม่ทราบกระแสข่าว แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่มากว่า 70 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านสถานการณ์ที่มีทั้งคนเข้าและออกทุกยุคทุกสมัย และที่พูดไม่ใช่อยากให้มีคนลาออก แต่มองว่าการลาออกและเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคก็เป็นเรื่องปกติที่มีทุกสมัย พร้อมยกตัวอย่างเมื่อปีที่ผ่านมา มีคนลาออกจากสมาชิกพรรค 700 ถึง 800 คน และสมัครเป็นสมาชิกพรรค 14,000 คน

ส่วนจะมีการหารือกับแกนนำคนอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกคนอื่นลาออกหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกคนก็ยังมีบทบาท ทั้งนายชวน หลีกภัย แม้จะเป็นประธานรัฐสภา แต่ยังเป็นกำลังสำคัญให้พรรค เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรค ก็ยังมีความสัมพันธ์กับพรรคอยู่ ขณะที่การทำงานของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก็มีความก้าวหน้า ในการนำพาพรรคไปข้างหน้าอย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งจะต้องมีการจับกันทั้ง 3 ฝ่าย เป็น 3 ขา คือ คณะรัฐมนตรี สภา และพรรคการเมือง

จากกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มีผลวันที่ 15 มกราคม 2563 ทำให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ โดยสำหรับผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนคือนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุลชัยรุ่งเรือง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 แต่ก่อนหน้านี้นายดวงฤทธิ์ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการพรรครวมพลังประชาชาติไทย และเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้ว ทำให้นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 26 จะขยับขึ้นมาเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แทนนายกรณ์

สำหรับนายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือ สจ.เซ้ม อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเขตอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของโกวเซ้มฟาร์ม ฟาร์มไก่ชน ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และเป็นบุตรชายนายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กลับขึ้นด้านบน