เปิดตัวหนังเรื่องแรกของ"โดนัท มนัสนันท์" ทำไมนักเตะชื่อดัง"ลีซอ"ยอมเป็นพระเอก

เปิดตัวหนังเรื่องแรกของ"โดนัท มนัสนันท์" ทำไมนักเตะชื่อดัง"ลีซอ"ยอมเป็นพระเอก

เปิดตัวหนังเรื่องแรกของ"โดนัท มนัสนันท์" ทำไมนักเตะชื่อดัง"ลีซอ"ยอมเป็นพระเอก

รูปข่าว : เปิดตัวหนังเรื่องแรกของ"โดนัท มนัสนันท์" ทำไมนักเตะชื่อดัง"ลีซอ"ยอมเป็นพระเอก

เปิดตัวหนังเรื่องแรกของ กว่า 14 ปี ที่อยู่ในวงการบันเทิงทำมาแล้วหลายบทบาททั้งนักแสดง พิธีกร นักเขียน แต่สำหรับนักแสดงมากฝีมือ โดนัท มนัสนันท์ ทั้งหมดเป็นเพียงประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เธอก้าวไปสู่จุดที่ฝันไว้ นั่นคือการมีภาพยนตร์เป็นของตัวเองเรื่องแรก Lovesuck

เมื่อชีวิตที่เพียบพร้อมทุกอย่างของสาวสวยวัย 30 อย่าง 'เจ' ต้องสะดุดลง ทั้งเรื่องงานและความรักหลังจากแฟนหนุ่มที่คบมากว่า 5 ปีนอกใจ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอได้พบกับ 'อ๊อฟ' ผู้ชายในอุดมคติ  กลายเป็นเรื่องราววุ่นๆที่ตั้งคำถามถึงความรักผ่านภาพยนตร์เรื่อง Lovesuck ผลงานหนังยาวเรื่องของนักแสดงมากฝีมือ โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ที่ใช้ทุนส่วนตัวเกือบ 8 ล้านบาท และประสบการณ์ในวงการกว่า 14 ปี ทุ่มเทให้กับหนังเรื่องแรก ทั้งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์  โปรดิวเซอร์และคนเขียนบท โดยมีลี ชาตะเมธีกุล ผู้กำกับฯ และนักตัดต่อมือรางวัลเป็นที่ปรึกษา แม้จะเหนื่อยจนไม่มีเวลาพัก แต่ก็สุขใจทุกครั้งเพราะเป็นที่สุดของความฝัน

"ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยเรารู้แล้วว่าเราชอบภาพยนตร์  เป็นคนชอบพูดแล้วรู้สึกว่าเรามีเรื่องจะเล่า จึงเขียนหนังสือ เป็นนักแสดง โดนัทคงรักการสื่อสารมากเหลือเกินจนบางทีไม่ต้องพูดออก เพราะบางทีเราก็มีโลกของตัวเอง เลยรู้สึกว่าการเล่าอะไรผ่านหนังคือการสื่อสารกับคนดูนอกจากความบันเทิง" โดนัท มนัสนันท์ เผยแรงผลักดันในการทำงานหนังเรื่องแรกของตัวเอง

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดนัทเริ่มผันตัวมาทำงานเบื้องหลังมากขึ้น ทั้งการกำกับมิวสิกวิดีโอ รวมถึงหนังสั้นอย่างนูโว เลิฟสตอรี่ และโปรเจกต์หนังไทยนิยม ตอน "กลับบ้าน" หลังจากไปศึกษาการทำหนังอย่างจริงจังที่ New York Film Academy ประเทศอังกฤษนานถึง 2 เดือน ซึ่งนั่นทำให้เธอเข้าใจการทำหนังอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งยังค้นพบตัวเองว่าแท้จริงแล้วเป็นคนชอบงานตัดต่อ อีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้นักแสดงมากฝีมือคนนี้ตัดสินใจลุยงานภาพยนตร์อย่างเต็มตัว คือ การได้พูดคุยและได้รับคำแนะนำจาก "หม่อมน้อย" ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ซึ่งมองว่าเธอมีศักยภาพและความสามารถมากพอที่จะทำหนังได้

"เราผ่านช่วงเวลาของตัวเองมาหลายแบบมาก ก็เลยทำให้รู้สึกดีกว่าเวลาที่เราจะเลือกทำอะไรเอง ดีกว่าให้วงการเลือกเรา เพราะวงการมันทำให้คนดีได้และเสียได้ พอวันนี้เรามีโอกาสเลือกทำอะไรเองก่อนเลยทำให้รู้สึกว่าชีวิตง่ายขึ้น" ดาราสาวในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์บอก

ความดราม่าโรแมนติกของหนังอมตะตลอดกาล Gone with the wind เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างแรงผลักดันและเป็นต้นแบบในการทำหนังให้กับโดนัท ขณะที่แง่ของการกำกับและถ่ายทำมีต้นแบบเป็นคนใกล้ตัวอย่างผอูญ จันทรศิริ และกฤษณ์ ศุกระมงคล รวมถึงแนวทางการเขียนบทตามผู้กำกับชั้นครู ชนะ คราประยูร แม้จะทุ่มเทให้กับการทำงานเบื้องหลังมากขึ้น แต่นักแสดงมากฝีมือยังไม่ทิ้งงานเบื้องหน้า เพราะช่วยสร้างการเรียนรู้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่น่ายึดถือเป็นแบบอย่างสำหรับผู้ที่มีใจรักและความพยายามเรียนรู้เพื่อสานฝันของตัวเองให้สำเร็จ


กลับขึ้นด้านบน