9 ปี 44 คดี "รีสอร์ต" รุกเขาแผงม้าเพิ่งรื้อได้แค่ 2 แห่ง

9 ปี 44 คดี "รีสอร์ต" รุกเขาแผงม้าเพิ่งรื้อได้แค่ 2 แห่ง

9 ปี 44 คดี "รีสอร์ต" รุกเขาแผงม้าเพิ่งรื้อได้แค่ 2 แห่ง

รูปข่าว : 9 ปี 44 คดี "รีสอร์ต" รุกเขาแผงม้าเพิ่งรื้อได้แค่ 2 แห่ง

"กรมป่าไม้" ดำเนินคดี รีสอร์ต-บ้านพักตากอากาศรุกป่าเขาแผงม้า จ.นครราชสีมา พบ 9 ปี รวม 44 คดี แต่คดีไม่คืบ​ รื้อถอนสำเร็จเพียง 2​ คดี เตรียมจัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้านตามนโยบาย คทช. ยืนยัน หากมีการซื้อขายเปลี่ยนมือจะดำเนินคดีกับนายทุนทันที

วันนี้​ (16​ ม.ค.​2563)​ นายมนตรี​ มะลิทอง​ ผู้อำนวยการส่วน​จัดการป่า​ สำนักจัดการทรัพยา​กรป่าไม้ที่​ 8​ (นครราชสีมา)​ กรมป่าไม้​  กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2554 กรมป่าไม้ ตรวจสอบพบกลุ่มนายทุนบุกรุกสร้างรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งได้มีการสั่งดำเนินคดีไปแล้ว 44 คดี แต่จนถึงปัจจุบัน มีการตัดสินเสร็จสิ้น และรื้อถอนแล้วเพียง 2 คดีเท่านั้น


ส่วนอีก 42 คดีอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ ซึ่งเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง ที่อยู่ในลุ่มน้ำชั้น 1​ และ ชั้น 2​ เป็นพื้นที่ห้ามบุคคลครอบครอง​เพื่อทำประโยชน์​ 

ใช้รูปแบบ คทช.แก้รุกป่าให้แค่ "ชาวบ้าน" 

นายมนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมป่าไม้ ได้ร่วมบูรณาการจัดระเบียบพื้นที่รอบเขาแผงม้า กับ​เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า​ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช​ อ.วังน้ำเขียว​ จ.​นครราชสีมา โดยพื้นที่เขตติดต่อกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า บางส่วนเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวงโซน ซี หรือป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวงโซน​ อี หรือป่าเศรษฐกิจ


สำหรับป่าโซน​อี บางส่วน กรมป่าไม้ได้โอนมอบพื้นที่ ให้กับสำนักงานปฏิรูปที่ดิน​ หรือ ส.ป.ก.ไปแล้ว ส่วนที่เหลือจำนวน 4,000 ไร่​ หลังจากรัฐบาล มีมติเห็นชอบให้มีการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านที่ทำกินอยู่เดิม ในพื้นที่ดังกล่าวตามมติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทางกรมป่าไม้ ได้สำรวจพื้นที่จำนวน 400 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่ เพื่อกระจายสิทธิมอบให้ชาวบ้านครอบคลุม 400 ครอบครัว ขณะนี้ถึงขั้นพิสูจน์สิทธิแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถติดประกาศได้

รัฐบาลจะช่วยเหลือเพียงประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินเท่านั้น ต้องเอื้อมมือให้ถึงประชาชน ส่วนเจ้าของที่ดิน 44 คดี จะไม่ได้รับสิทธิ์ที่ดินตาม คทช. เนื่องจากเป็นนายทุน 

มั่นใจคุมชาวบ้านไม่รุกเพิ่ม-​เข้มซื้อขายเปลี่ยนมือ

นอกจากนี้ นายมนตรี ยังระบุว่า สำหรับที่ดินทำกินตามนโยบายของ คทช.นั้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ก่อนแล้วจะมีสิทธิได้รับที่ดินทำกิน โดยกรมป่าไม้ ได้จัดเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าและหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ เตรียมพร้อมดูแลและประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้เข้าใจเพื่อไม่ให้มีการขยายพื้นที่จากที่ทำกินเดิมหรือขยายไปมากกว่า 4,000 ไร่ และเปลี่ยนมือซื้อขายที่ดินไม่ได้

เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทำการตรวจสอบสิทธิ รวมถึงการซื้อขายเปลี่ยนมือ จะได้รู้ว่ามีการซื้อขายเปลี่ยนมือหรือไม่ หากพบนายทุนเข้ามาซื้อขายเปลี่ยนมือจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที


นายมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบการปัญหาบุกรุกขตป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มเติม เนื่องจาก กรมป่าไม้ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวด หากมีผู้รุกล้ำจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ส่วนการบุกรุกเขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงมานั้น ก็ยังไม่มีการบุกรุก เนื่องจากเขตห้ามล่าฯ มีกำหนดเขตพื้นที่ที่ชัดเจนใน 5,000 ไร่ และมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน