3 จังหวัดภาคตะวันออก เร่งวางมาตรการรับมือภัยแล้ง

3 จังหวัดภาคตะวันออก เร่งวางมาตรการรับมือภัยแล้ง

3 จังหวัดภาคตะวันออก เร่งวางมาตรการรับมือภัยแล้ง

รูปข่าว : 3 จังหวัดภาคตะวันออก เร่งวางมาตรการรับมือภัยแล้ง

ภาคอุตสาหกรรมหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเริ่มวางมาตรการรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้ง ด้วยการขอความร่วมมือลดการใช้น้ำ หลังพบว่าอ่างเก็บทุกแห่งมีปริมาณน้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 50

วันนี้ (16 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพกลางอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 อ่างเก็บน้ำสำคัญที่ใช้ในการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภคทั้งใน จ.ระยอง และชลบุรี ล่าสุด ปริมาณน้ำเหลือเพียงร้อยละ 28.77 ซึ่งเป็นสภาพที่เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อเดือน ก.ค.2548

 

 

เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ใน จ.ระยอง ที่อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน อย่างอ่างเก็บน้ำประแสร์ เหลือน้ำอยู่ร้อยละ 38.44 อ่างเก็บน้ำดอกกราย เหลือน้ำร้อยละ 41.99 หากรวมลุ่มน้ำหลักในระยอง ที่มีอยู่ 2 ลุ่มน้ำ คือลุ่มน้ำคลองใหญ่ และลุ่มน้ำประแสร์ จะมีปริมาณน้ำเหลือเพียงร้อยละ 36 เท่านั้น ซึ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมทั้งใน จ.ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เร่งวางมาตรการรับมือขาดแคลนน้ำ ด้วยการขอให้ทุกภาคส่วนลดการใช้น้ำ พร้อมกับหาแหล่งน้ำเข้ามาเติมในระบบ

 

จ.ชลบุรี เหลือน้ำกินน้ำใช้ถึงเดือน มิ.ย.

ขณะที่นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า อ่างเก็บน้ำของ จ.ชลบุรี มีทั้งหมด 290 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้เหลือน้ำใช้อุปโภคบริโภคประมาณ 145 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะใช้น้ำได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เท่านั้น

 

ภัครธรณ์ เทียนไชย

ภัครธรณ์ เทียนไชย

ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ได้จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำฝนหลวง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา จากการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10-14 ม.ค. ประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจ โดยมีฝนตกลงในพื้นที่ จ.ระยอง ถึงขั้นหนักมาก มีปริมาณไหลเติมเต็มลงอ่างน้ำสำคัญๆ อย่างอ่างดอกกราย อ่างหนองปลาไหล และอ่างหนองใหญ่ มากถึง 800,000 ลูกบาศก์เมตร

 

 

กลับขึ้นด้านบน