พยัคฆ์ไพรแจงชาวม่อนแจ่ม หลังอำเภอแม่ริมสั่งปิดรีสอร์ตใน 30 วัน

พยัคฆ์ไพรแจงชาวม่อนแจ่ม หลังอำเภอแม่ริมสั่งปิดรีสอร์ตใน 30 วัน

พยัคฆ์ไพรแจงชาวม่อนแจ่ม หลังอำเภอแม่ริมสั่งปิดรีสอร์ตใน 30 วัน

รูปข่าว : พยัคฆ์ไพรแจงชาวม่อนแจ่ม หลังอำเภอแม่ริมสั่งปิดรีสอร์ตใน 30 วัน

ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ร่วมหารือกับชาวบ้านบนดอยม่อนแจ่ม หลังมีประกาศอำเภอแม่ริมสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่พัก รีสอร์ตที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตตามกฎหมายได้ให้ระงับหรือยุติการประกอบธุรกิจภายใน 30 วันนับแต่ประกาศ

วันนี้ (17 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ กรมป่าไม้ (พยัคฆ์ไพร) ร่วมหารือ ทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกับชาวบ้านบนดอยม่อนแจ่ม หลังมีประกาศของอำเภอแม่ริมสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่พัก รีสอร์ตที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตตามกฎหมายได้ให้ระงับหรือยุติการประกอบธุรกิจภายใน 30 วันนับแต่ออกประกาศ

 

นายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ผู้นำชุมชนชนบนดอยม่อนแจ่ม กล่าวว่า หลังมีประกาศของทางอำเภอได้สร้างความสับสนและกังวลให้กับชาวบ้าน เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านและกรมป่าไม้ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมกับยืนยันว่า ชาวบ้านไม่ได้บุกรุกป่าและอาศัยทำกินตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2541 ที่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและประโยชน์อื่น ๆและพัฒนาคุณภาพชีวิต

 

ด้านนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ได้ชี้แจงกับชาวบ้านบนดอยม่อนแจ่ม พร้อมระบุว่า กรมป่าไม้จะมีการหารือกับทางทางอำเภอต่อไปเพื่อทราบแนวทางปฏิบัติและจะหาทางออกทำงานร่วมกันแก้ปัญหานี้อย่างไร โดยยืนยันกรมป่าไม้ ยังจะต้องเร่งสำรวจรีสอร์ตที่พักบนม่อนแจ่มให้เเล้วเสร็จในเดือน ก.พ.นี้ เพื่อเข้าที่ประชุมใหญ่ที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับพื้นที่บริเวณม่อนแจ่ม มีการใช้ประโยชน์ประมาณ 2,500 ไร่ ตามตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2541 โดยมีชาวบ้าน 900 หลังคาเรือนทำกินบนพื้นที่ป่า เคยมีการสำรวจพบบ้านพักและรีสอร์ตแล้วมีจำนวน 53 แห่ง แต่ปัจจุบันกลับมีเพิ่มขึ้นเป็น 83 แห่ง และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม ซึ่งระหว่างการสำรวจและตรวจสอบพบรีสอร์ต พบผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในที่ดินบนดอยม่อนแจ่ม และมีการร่วมทุนกับต่างชาติโดยได้ดำเนินคดีไปแล้ว 7 คดี และคดียังอยู่ในชั้นสอบสวน

กลับขึ้นด้านบน