ขับเคลื่อนแผนแม่บทความมั่นคง

ขับเคลื่อนแผนแม่บทความมั่นคง

ขับเคลื่อนแผนแม่บทความมั่นคง

รูปข่าว : ขับเคลื่อนแผนแม่บทความมั่นคง

เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่า ที่ประชุม สมช. บูรณาการงานข่าวด้านความมั่นคงตามแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

วันนี้(23 ม.ค.63)พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติภายหลังที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ใช้แผนหลักของชาติที่เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินการป้องกันแจ้งเตือนและแก้ไขหรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะขับเคลื่อนในคราวเดียวกันกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นด้านความมั่นคงเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามยุทธศาสตร์ชาติ

โดยที่ประชุมได้พิจารณาแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคงระยะที่ 1 (พ.ศ.2563-2565) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง ผ่านระบบฐานข้อมูลด้านความมั่นคงที่ทันสมัย ถูกต้องและสมบูรณ์เพียงพอต่อการสนับสนุนกลไกการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับชาติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมองว่าปัจจุบันข้อมูลด้านความมั่นคงมีความกระจัดกระจาย จึงต้องมีการจัดทำแผนอย่างบูรณาการ เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง

ทั้งนี้ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค ที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการจึงได้มีการหารือกลไกตามกฏหมายที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็ว โดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการข่าวในงานด้านความมั่นคงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการเตรียมการให้สังคมเกิดความมั่นใจในมาตรการต่างๆเพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไข

ที่ประชุมยังได้ประเมินสถานการณ์ความมั่นคงและความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งของสหรัฐฯและอิหร่านในขณะนี้ โดยที่ประชุมได้หารือและคาดการณ์ว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรงถึงขั้นใช้กำลังทางทหารระหว่างกัน อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทได้กำหนดมาตรการในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดูแลคนไทยและแจ้งเตือนความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง และดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อิหร่าน อิรัก ในประเทศไทยไม่ให้ถูกโจมตี รวมทั้งต้องเฝ้าระวังสอดส่องกลุ่มคนสัญชาติที่มีความเสี่ยงด้านการก่อการร้ายหรือผู้ต้องสงสัยที่จะเดินทางเข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทยด้วย

กลับขึ้นด้านบน