"ณฐพร" ทวงถาม กกต.คืบคำร้อง อนค.เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ

"ณฐพร" ทวงถาม กกต.คืบคำร้อง อนค.เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ

"ณฐพร" ทวงถาม กกต.คืบคำร้อง อนค.เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ

รูปข่าว : "ณฐพร" ทวงถาม กกต.คืบคำร้อง อนค.เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ

อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ว่า คำร้องที่ยื่น กกต. เป็นอำนาจคนละมาตราที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยนำเอกสารหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม ขอให้ กกต.พิจารณายื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่

วันนี้ ( 24 ม.ค. 2563) นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่น กกต. ติดตามความคืบหน้าการพิจารณาคำร้อง ที่เคยยื่นให้ กกต. วินิจฉัยตามาตรา 92 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 ว่าการกระทำของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ เป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 วรรคสอง หรือไม่ ที่กำหนดไว้ว่า หากพบการกระทำใดเป็นการเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมืองดังกล่าว

โดยนายณฐพรชี้แจงว่าการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 21 มกราคม เป็นการวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 เท่านั้น ซึ่งส่วนตัวพอใจในคำวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลชี้วาข้อบังคับพรรคอาจทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน 

 

ศาลยังไม่ได้พิจารณาข้อกฎหมายในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมือง  ซึ่งเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะการยื่นช่องทางที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นอำนาจวินิจฉัยของ กกต. จึงเชื่อว่ายังมีสิทธิที่จะยื่นต่อ กกต. ให้ยื่นศาลวินิจฉัย  ที่ศาลยังวินิจฉัยว่าหากเป็นความผิดอื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ทำให้วันนี้มาติดตามความคืบหน้าของการไต่สวนของ กกต. เพื่อให้สังคมเห็นว่าคำร้องนี้เป็นคำร้องที่มีสาระ  จึงต้องดำเนินการให้สิ้นสุดกระบวนความ 

 

นายณฐพรชี้แจงว่าการยื่นศาลและการยื่น กกต.ในข้อกฎหมายต่างกัน โดยการยื่นศาลเป็นประเด็นล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่การยื่น กกต. ขอให้วินิจฉัยเรื่องการเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัทตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเคยมีตัวอย่างจากคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ มาแล้ว

ขณะเดียวกันยังมั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่น กกต. ว่าจะนำไปสู่การวินิจฉัยยุบพรรคได้  และคำร้องดังกล่าว กกต.เคยเรียกมาให้ข้อมูลแล้ว ในชั้นอนุกรรมการเคยเรียกมาชี้แจงแล้วเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว คาดว่าขณะนี้น่าจะสรุปสำนวนคำร้องได้ 

ทั้งนี้นายณฐพรไม่ขอเปิดเผยว่าพฤติกรรมใดขแงผู้ถูกร้องที่เป็นการเข้าข่ายตามคำร้อง เพราะกังวลว่าจะกระทบต่อรูปคดี แต่เชื่อมั่นว่าหากใครได้อ่านคำร้องนี้ จะเข้าใจทั้งหมด ของเหตุการยื่น

นายณฐพรยังยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้มีความโกรธเคืองหรือต้องการยุบพรรคอนาคตใหม่ แต่สิ่งที่ต้องการคือ ทำให้สังคมเข้าใจ และต้องการพิสูจน์ให้สังคนเห็นว่าได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว และยืนยันว่าหลังจากนี้เป็นดุลพินิจ กกต. ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งหาก กกต.ยกคำร้องส่วนตัวจะถือว่าสิ้นสุดข้อสงสัย ไม่มีการยื่นร้องต่อหน่วยงานใดอีก

 

 

กลับขึ้นด้านบน