ดูเอาเถิด..ฝุ่นทั้งในประเทศ-ฝุ่นข้ามแดน! ค่าความร้อนจากการเผา

ดูเอาเถิด..ฝุ่นทั้งในประเทศ-ฝุ่นข้ามแดน! ค่าความร้อนจากการเผา

ดูเอาเถิด..ฝุ่นทั้งในประเทศ-ฝุ่นข้ามแดน! ค่าความร้อนจากการเผา

รูปข่าว : ดูเอาเถิด..ฝุ่นทั้งในประเทศ-ฝุ่นข้ามแดน! ค่าความร้อนจากการเผา

จะเผาอะไรก็ตามแต่ แต่ 3 รูปแรกแสดงถึงการเผาไหม้ที่มากพอในแต่ละจุด จนทำให้ดาวเทียมนาซ่าจับจุดความร้อน ( ฮอตสปอต) ได้ในหลายๆ แห่งของประเทศไทย และของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้นสัปดาห์ ค่าความร้อนประเทศไทยขึ้นไปแตะอยู่อันดับ 2 เมื่อวานนี้อยู่อันดับ 3

ค่าแสดงผลจุดความร้อน ทั้งภาคกลางและภาคเหนือ ตามรายชื่อจังหวัดเหล่านี้ยังสลับๆ กัน ติด 1 ใน 5 สร้างความร้อนจากการเผาไหม้ อาจเป็นได้ทั้งไฟป่า และการเผาในที่โล่งแจ้ง

เพจ "Smoke watch" ของทีมนักวิชาการ นำโดย นิอร สิริมงคล มรภ.เชียงราย ที่ตั้งขึ้นมา เพื่อใช้วิเคราะห์ มอนิเตอร์ด้านไฟป่าและการเผาไหม้ รายงานผลทุกๆ วัน เพราะปีที่แล้วเชียงรายและภาคเหนือเจอวิกฤต PM2.5

 

 

 

ตัดกลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน ปีนี้ข้อมูลจาก Smoke Watch ยังมีหน่วยงานรัฐและทางจังหวัด เช่น ผู้ว่าฯ กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปประมวลประกอบการแก้ปัญหาเชิงระดับพื้นที่ด้วย

เพราะถ้าดูตามจุดแดงๆ ในพื้นที่ จะรู้ว่าประมาณอำเภอไหน หรือช่วงตำบลไหน ที่มีการเผาไหม้ก็จะสั่งให้นายอำเภอเข้าไปแก้ปัญหา ควบคู่กับการส่งทีมลาดตระเวน และรับแจ้งเบาะแสในพื้นที่ ทำให้จุดความร้อนใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากที่ทะลุแตะเกือบ 200 แห่งในระดับจังหวัด

ก็เห็นผลชัดขึ้นในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ที่ทั้งกำแพงเพชร และนครสวรรค์ ควบคุมพื้นที่การเผาไหม้ จนลดลงเหลือระดับ 40-50 จุดได้ จะมีก็ค่าของนครสวรรค์ ที่พบค่าความร้อนกลับมาเพิ่มเกือบ 100 แห่งใหม่ เมื่อวานนี้

โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอนิเตอร์ข้อมูล “แหล่งกำเนิดฝุ่น” ที่มีปัจจัยมาจาก “การเผาไหม้” เป็น 1 ในสาเหตุที่สร้างควันฝุ่นพิษ PM 2.5

และทำให้สัปดาห์ที่แล้ว ค่า PM2.5 และค่าฝุ่นละอองทั่วไป ทั้งในกำแพงเพชรและนครสวรรค์พุ่งสูง ทั้งๆ ที่ความร้อนจากการเผาลดลง เพราะเจอฝุ่นข้ามแดนจากกัมพูชาลอยผ่านเข้าซ้ำเติมที่ภาคกลางของไทย

 

ถ้าฝุ่นในประเทศยังแก้ปัญหาไม่ได้ สถานการณ์ที่อาจซ้ำเติมทั้งในช่วงนี้ และสัปดาห์หน้า คือ “ฝุ่นข้ามแดน” ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน มาตามทิศทางลม ดูจาก 4 รูปสุดท้าย ประกอบกับการดูค่าฝุ่นจาก “Air visual” ก็จะเห็นว่า ฝุ่นเพื่อนบ้านก็มีมากพอๆ กับบ้านเราและมากกว่าในหลายพื้นที่

ซึ่งตอนนี้ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง กทม.และภาคกลาง ถึงเหนือตอนล่าง เจอภาวะทั้งฝุ่นในประเทศ และยังเจอฝุ่นจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างกัมพูชาซ้ำเติมด้วย ถามว่าคนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคกลางตอนบนรู้ไหม ตอบเลยว่าถ้าไม่มีใครสนใจเรื่องฝุ่น โอกาสการรับรู้ก็น้อยมาก ซึ่งทางจังหวัดมอบหมายให้สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ประเมินการแจ้งเตือนประชาชน

สัปดาห์นี้และสัปดาห์น้า ยังต้องจับตาฝุ่นข้ามแดนจากพม่าด้วย สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ

 

 

สำหรับคือมันเป็นช่วงสถานการณ์ที่ "ไม่ปลอดภัย" ต่อสุขภาพของพวกเราทุกๆ คน สิ่งที่ทำได้คือการป้องกันตัวเอง เพราะผลกระทบจาก PM2.5 มันไม่ได้มีอาการเฉียบพลันที่จะเห็นผลทันตา

แต่เคยคุยกับหมอที่เฝ้าติดตามโรคที่มากับ PM2.5 จากการได้รับฝุ่น และฝุ่นละอองเล็ก PM2.5 สะสมในร่างกาย จะส่งผล

- หลอดเลือดสมอง
- หลอดเลือดหัวใจตีบ
- สมองตาย / หัวใจ / อัมพฤกษ์

ยังพบแนวโน้มผู้ป่วยมากขึ้น ในช่วงฝุ่นหนัก PM2.5 ผู้ป่วยจะมี 2 กลุ่มหลักคือ กลุ่มเสี่ยง โรคอ่อนไหวจากฝุ่นคือ ต้องแจ้งเตือน หลายคนยังไม่รู้ตัวก็ไม่ไปหาหมอ การเตือนจากรัฐจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ “ป้องกันตัวเอง”

อีกกลุ่มคือ กลุ่มที่มีอาการแล้วไปหาหมอ กลุ่มนี้ก็จะเกิดอาการมาแล้ว และต้องรักษาไปตามอาการ

 

 

ฝุ่นในประเทศเป็นอย่างไร ประชาชนเราควรรับรู้ด้วย และต้องดูว่าฝุ่นในโลกสัมพันธ์กันไหม ฝุ่นเพื่อนบ้านเป็นอย่างไร เพราะทุกฝุ่นจากบางทิศทาง มันจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน


ภัทราพร ตั๊นงาม
ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

กลับขึ้นด้านบน