เก็บตกสำนวนคดี "บิลลี่" ก่อนจะถึงศาล?

เก็บตกสำนวนคดี "บิลลี่" ก่อนจะถึงศาล?

เก็บตกสำนวนคดี "บิลลี่" ก่อนจะถึงศาล?

รูปข่าว : เก็บตกสำนวนคดี "บิลลี่" ก่อนจะถึงศาล?

หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาแถลงข่าว วันที่ 3 ก.ย.2562 ระบุว่า พบหลักฐานสำคัญในการหายตัวไปของ "บิลลี่" หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

หลายคนที่เฝ้ารอดูความคืบหน้าของคดีนี้เริ่มมีหวัง ว่าจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นกับผู้ต้องสงสัยหลายคน ที่ถูกระบุว่าก่อนหน้านี้ว่า จับกุมบิลลี่ และอยู่กับบิลลี่ ก่อนเขาจะหายตัวไป

วันที่ 11 พ.ย.2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมพวกรวม 4 คน ใน 6 ข้อหา วันรุ่งขึ้น นายชัยวัฒน์พร้อมพวกเข้ามอบตัวที่ดีเอสไอ โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาในการสอบสวน นานหลายชั่วโมง ก่อนส่งตัวให้ศาลพิจารณา และได้รับอนุญาตให้ประกันตัว

 

เวลาผ่านมา 2 เดือนเศษ วันที่ 27 ม.ค.2563 สำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวกรณีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของบิลลี่ นั่นหมายความว่า ดีเอสไอจะต้องทำความเห็นแย้งไปยังอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้ง ภายใน 30 วัน แต่หากอัยการยังสั่งไม่ฟ้องอีก ญาติของผู้สูญหายจะต้องเป็นผู้ยื่นฟ้องเอง โดยอาจหาพยานหลักฐานมาประกอบเพิ่มเติม

หากนับอายุความในคดีนี้ เริ่มนับจากเดือนมิ.ย.2561 นั่นหมายความว่าเพิ่งเริ่มมาได้เพียงปีเศษ

แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ เพราะมีการนำข้อมูลเอกสารที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนมาโต้แย้ง ซึ่งการนำหลักฐานภายนอกมาใช้ในการพิจารณาสำนวน ถือว่าผิดปกติ อีกทั้งยังไม่นำคำให้การใหม่ของพยาน ซึ่งเป็นอดีตนักศึกษาฝึกงาน 2 คน ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่กลับคำให้การในภายหลัง เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษแล้ว รวมถึงที่ให้การกับพนักงานสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี มาพิจารณาร่วมด้วย

แต่ยังคงยึดคำให้การเดิมที่ จ.เพชรบุรี เมื่อปี 2557 มาใช้ ทั้งที่ปัจจุบันนี้ พยานทั้ง 2 คน มีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้น และเป็นอิสระมากขึ้น ที่จะให้การโดยไม่ถูกครอบงำ

 

อีกทั้งที่ผ่านมา ศาลจังหวัดเพชรบุรีไม่ได้ระบุว่า บิลลี่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ระบุเพียงว่า "ไม่มีพยานหลักฐานชี้ชัดว่านายพอละจียังอยู่ในการควบคุมตัวของผู้ต้องหา" แต่อัยการกลับแทงความเห็นว่า "ได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว"

วุฒิภาวะของเด็กเปลี่ยนไปแล้ว คำให้การไม่ใช่ให้เฉพาะกับดีเอสไอ แต่ก่อนหน้านี้ยังให้การตำรวจที่ สภ.คูคต ด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่นอก จ.เพชรบุรี การตรวจไมโทคอนเดรีย ก็ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเป็นมาตรฐานสากล แต่กลับไม่ถูกนำมาใช้ในการพิจารณาด้วย

นอกจากนี้ อัยการยังให้ความเห็นว่า

กระดูกกะโหลกชิ้นสำคัญ ที่ยืนยันการเสียชีวิต และได้ตรวจหาสารพันธุกรรมผ่านระบบไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ไม่ได้ยืนยันตัวตนของนายพอละจี แต่ยืนยันความเป็นแม่ลูกกันชัดเจน

 

ทั้งที่การตรวจวิเคราะห์นี้ เป็นมาตรฐานสากลในการตรวจหาดีเอ็นเอ จากกระดูกที่มีความเสื่อมสภาพ และเป็นไปตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการหาความเชื่อมโยงระหว่างแม่กับลูก หรือยายกับหลานได้ รวมทั้งมีข้อมูลการสืบสวนสอบสวนสาแหรกของสายพันธุ์แม่ของบิลลี่ประกอบการพิจารณาด้วย

ครอบครัวแม่ของบิลลี่มีผู้ชาย 17 คน ผู้หญิง 18 คน ผู้ชายยังมีชีวิตอยู่ 12 คน ผู้หญิงมีชีวิตอยู่ 15 คน ในจำนวนนี้ไม่มีใครเสียชีวิตผิดปกติ หรือหายตัวไปโดยไร้ร่องรอย ยกเว้นบิลลี่ อีกทั้งชิ้นส่วนที่ถูกเผา ก็สามารถตรวจ ว่าใช้อุณหภูมิเท่าไหร่ในการเผา และกระดูกชิ้นส่วนนี้มีอายุกี่ปี

 

อย่างไรก็ตาม การทำความเห็นแย้งคำสั่งของอัยการ ดีเอสไอยังสามารถทำได้จนกว่าคดีจะสิ้นอายุความ หรืออีกประมาณ 18 ปี แต่ในวันแถลงข่าวดีเอสไอบอกว่าจะทำความเห็นนี้ให้ได้ในเวลา 30 วัน

หากนับจากวันนี้ก็ต้องรอถึงสิ้นเดือนก.พ. ก็จะพอมองเห็นว่า การเดินหน้าคดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

นั่นหมายความว่า "ความเป็นธรรม" จะต้องบังเกิดกับทั้งผู้ถูกกล่าวหา และผู้ถูกกระทำด้วย

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน