กทท. ออกมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสโคโรนา

กทท. ออกมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสโคโรนา

กทท. ออกมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสโคโรนา

รูปข่าว : กทท. ออกมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสโคโรนา

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ตรวจเข้มเรือและลูกเรือที่มาจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้แจ้งตารางเดินเรือและรายละเอียดสำคัญก่อนเรือจะเข้ามาถึงท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง

วันนี้ (28 ม.ค.2563) นายสมชาย เหมทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ นายอภิเสต พงษ์สุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร ลงพื้นที่คัดกรองลูกเรือที่เดินทางมากับเรือสินค้าร่วมกับนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยนายสุชัย อมรดารารัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กรมสาธารณสุข 41 กรมอนามัย และคณะ เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์และรับฟังมาตรการการดำเนินการเกี่ยวกับเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ บริเวณในเขตรั้วศุลกากร ทกท.

กทท. ได้มีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สำหรับเรือสินค้าที่มาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรค ซึ่งขณะนี้ กทท. กำหนดจุดจอดเรือ ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และจะตรวจคัดกรองผู้ป่วยตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับ กทท. ได้มีมาตรการเฝ้าระวังพาหนะเรือและลูกเรือ ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้บริษัทเรือแจ้งกำหนดเรือเข้า ตารางการเดินเรือของบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาถึง ทกท. ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง โดยทางโทรสาร หรืออีเมล์ หรือมายื่นด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่งานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

หากกรณีมีลูกเรือป่วยมีอาการไข้ ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยลำบาก ฯลฯ จะต้องยื่นบัญชีรายชื่อลูกเรือ และแจ้งกำหนดจุดจอดเรือหลักกลางน้ำทันที นอกจากนี้ ได้จัดประชุมชี้แจงให้ความรู้แก่ผู้แทนเรือเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด

 

 

ส่วนวิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสำหรับพนักงานนั้น กทท. ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและรณรงค์ให้พนักงาน กทท. ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องสวมหน้ากากอนามัย ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือให้สะอาด ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว รับประทานอาหารปรุงสุกร้อน และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์ของโรคฯ ผ่านประกาศหรือข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นต้น

กลับขึ้นด้านบน