ผลวิจัยในวารสารการแพทย์ชี้ "ไวรัสโคโรนา" ฟักตัวเฉลี่ย 5 วัน

ผลวิจัยในวารสารการแพทย์ชี้ "ไวรัสโคโรนา" ฟักตัวเฉลี่ย 5 วัน

ผลวิจัยในวารสารการแพทย์ชี้ "ไวรัสโคโรนา" ฟักตัวเฉลี่ย 5 วัน

รูปข่าว : ผลวิจัยในวารสารการแพทย์ชี้ "ไวรัสโคโรนา" ฟักตัวเฉลี่ย 5 วัน

ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยผลการศึกษาของคณะแพทย์จีนในวารสารด้านการแพทย์นิว อิงแลนด์ ล่าสุดชี้ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 5 วัน ขณะที่ฟินแลนด์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อคนแรกของประเทศซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น

วันนี้ (30 ม.ค.2563) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดสหรัฐอเมริกา เผยภาพจำลองระดับโครงสร้างของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดของคณะแพทย์จีนในวารสารด้านการแพทย์นิว อิงแลนด์ ระบุว่า เชื้อไวรัสนี้มีระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 5 วัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าในผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีระยะฟักตัวที่แตกต่างกันมาก

รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ 7.4 วัน นับตั้งแต่การแพร่ระบาดเริ่มขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.2562 ผู้ติดเชื้อแต่ละคนแพร่เชื้อให้บุคคลอื่นๆ คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.2 คน โดยการแพร่เชื้อระหว่างคนสู่คนที่สัมผัสใกล้ชิดกันเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะไม่สามารถนำมาคาดการณ์ความรุนแรงของการแพร่ระบาดได้ แต่นับเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้ระบุได้ว่าอัตราการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ค่อนข้างใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลและโรคซาร์ส แต่เมื่อเทียบกันแล้วยังแพร่กระจายได้น้อยกว่าโรคหัด

 

ล่าสุดทางการจีน เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 170 คนแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) จำนวน 38 คน และนับเป็นการเพิ่มจำนวนมากที่สุดต่อวันตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดเป็นต้นมา

ขณะที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกถึง 1,700 คน ทำให้ขณะนี้ในจีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ติดเชื้อไปแล้วมากกว่า 7,700 คน ส่วนในต่างประเทศมีผู้ติดเชื้ออีกมากกว่า 100 คนใน 19 ประเทศ ล่าสุดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และฟินแลนด์ ยืนยันรายงานการพบผู้ติดเชื้อคนแรกของประเทศแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันด้านสาธารณสุขฟินแลนด์ ระบุว่า ผู้ติดเชื้อเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น ขณะนี้กำลังถูกกักกันโรคอยู่ในแลปแลนด์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามเฝ้าดูอาการของผู้คนที่อาจจะสัมผัสกับโรคอีก 15 คน

 

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมจัดการประชุมฉุกเฉินอีกครั้งในวันนี้ (30 ม.ค.) เพื่อประเมินว่าจะประกาศให้การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ หลังจากที่การประชุมก่อนหน้านี้มองว่าการแพร่ระบาดเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในจีนเท่านั้น

ซึ่งหากมีการประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศจริง ก็จะนำไปสู่การเพิ่มความร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อหาทางรับมือและควบคุมการระบาดมากยิ่งขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน