"แบงก์ชาติ" ขอสถาบันการเงินช่วยลูกหนี้จากวิกฤตไวรัสโคโรนา

"แบงก์ชาติ" ขอสถาบันการเงินช่วยลูกหนี้จากวิกฤตไวรัสโคโรนา

"แบงก์ชาติ" ขอสถาบันการเงินช่วยลูกหนี้จากวิกฤตไวรัสโคโรนา

รูปข่าว : "แบงก์ชาติ" ขอสถาบันการเงินช่วยลูกหนี้จากวิกฤตไวรัสโคโรนา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอให้สถาบันการเงินทุกแห่ง ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาระบาด อาทิ ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มสภาพคล่อง รวมถึงลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ

วันนี้ (30 ม.ค.2563) นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางตรง-ทางอ้อม

  • ดูแลและพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้ เพื่อให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้
  • ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้าง จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2563
  • ผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2563

เงื่อนไขการผ่อนปรน

สำหรับการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้

- ต้องมีนโยบายการให้ความช่วยเหลือและแนวทางพิจารณาลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน

- ต้องสามารถพิสูจน์หรือเชื่อมโยงผลกระทบที่เกิดกับลูกหนี้แต่ละรายได้

- ในกรณีที่สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consollidation ของสถาบันการเงินตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นสินทรัพย์และภาระผูกพันที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต (performing) หรือลูกหนี้ที่เป็นสินทรัพย์และภาระผูกพันที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต (under-performing) เช่น การให้สินเชื่อใหม่อัตราดอกเบี้ยพิเศษ การลดเงินต้นหรือดอกเบี้ย หรือการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ครอบคลุมถึงการผ่อนชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย และการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ แก่ลูกหนี้ ให้สามารถคงสถานะจัดชั้นสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือไว้ตามเดิมก่อนเกิดสถานการณ์ดังกล่าว และมาตรการให้ความช่วยเหลือลุกหนี้ข้างต้นไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา

ธอส.ปรับลดดอกเบี้ย-เงินงวดผ่อนชำระ 6 เดือน

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศ ดังนั้น ธอส.จึงได้เตรียมกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท จัดทำ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา” ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน

โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ 0.01% ต่อปี เพื่อลดภาระหนี้ที่ผ่อนชำระกับ ธอส. ทุกวัตถุประสงค์การกู้ สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส.ที่กู้และจดทะเบียนจำนองหลักประกันกับธนาคารก่อนวันเริ่มมาตรการนี้และได้รับผลกระทบด้านรายได้ อาทิ ไกด์นำเที่ยว พนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าในแหล่งท่องเที่ยว และยังได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นคำร้องขอเข้าร่วมมาตรการและทำนิติกรรมระหว่างวันที่ 30 ม.ค. - 31 มี.ค.2563 ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 0-2645-9000

 

กลับขึ้นด้านบน