ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาแกนนำ นปช.ปิดล้อมบ้าน "พล.อ.เปรม"

ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาแกนนำ นปช.ปิดล้อมบ้าน "พล.อ.เปรม"

ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาแกนนำ นปช.ปิดล้อมบ้าน "พล.อ.เปรม"

รูปข่าว : ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาแกนนำ นปช.ปิดล้อมบ้าน "พล.อ.เปรม"

ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. ชุมนุมหน้าบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปี 2550 เป็นวันที่ 30 เม.ย.นี้ เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่ได้เดินทางมาศาล

วันนี้ (6 ก.พ.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมพวกรวม 5 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังปทุษร้ายก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีร่วมกันไปชุมนุมหน้าบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ที่บริเวณแยกสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550

ล่าสุด ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 30 เม.ย.2563 เวลา 09.00 น. เนื่องจากนายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล จำเลยที่ 1 ไม่ได้เดินทางมาศาล

นายวีระกานต์ เปิดเผยสั้น ๆ ก่อนที่จะเข้าไปฟังคำพิพากษา โดยยอมรับว่าในชั้นฎีกาจำเลย 4 คนได้กลับคำให้การเป็นรับสารภาพ เพื่อขอให้ศาลลงโทษในสถานเบา แต่หากคำพิพากษาจะออกมาเป็นเช่นไรก็น้อมรับคำพิพากษา และฝากถึง นปช. ที่กระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ให้ต่อสู้อย่างสันติวิธี

 

 

ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ ระบุว่า บนเส้นทางการต่อสู้มีผลลับแค่ 2 อย่าง คือแพ้หรือชนะ หากชนะประชาธิปไตยก็จะแข็งแรง บ้านเมืองก็จะเจริญ แต่หากแพ้คนที่อยู่ในกระบวนการต่อสู้ก็ต้องเผชิญอยู่ 2 อย่าง ไม่ติดคุก ก็ต้องพลีชีพ

คดีนี้ต่อสู้กันมายาวนานกว่า 12 ปี โดยมีการฟ้องจำเลยรวม 7 คน ตั้งแต่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 คือ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ 2 ปี 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 4-7 ซึ่งเป็นอดีตแกนนำ นปช. จำคุกคนละ 4 ปี 4 เดือน และยกฟ้องจำเลย 2 คน

ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 4-7 เหลือจำคุกคนละ 4 ปี เนื่องจากจำเลยต่อสู้ฐานเป็นผู้สนับสนุนชุมนุม ไม่ใช่เป็นแกนนำ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายหลายบท แต่เป็นการกระทำกรรมเดียว ศาลจึงลงโทษจำคุคนละ 4 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างจึงลดโทษเหลือคนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 1 คงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือนเท่าเดิม ไม่รอลงอาญา และยื่นประกันตัวไปคนละ 500,000 บาท ทั้งหมดจึงยื่นฎีกาคดีต่อ

 

ทั้งนี้ ศาลฎีกาเลื่อนนัดคำพิพากษามาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากจำเลยบางคนมีอาการป่วยจึงจำเป็นต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษา โดยครั้งล่าสุดนายวีระกานต์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ ขอกลับคำให้การเป็นรับสารภาพ ไม่ขอต่อสู้คดี ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ยังคงให้การปฏิเสธ เพราะต่อสู้คดีว่าเป็นคนถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายในวันดังกล่าว ไม่ได้ไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ และมีหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์ต่อสู้คดี โดยคดีนี้มีจำเลยที่ถูกฟ้องคดีไปแล้วอีก 8 คน หนึ่งในนั้นคือนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นจำเลยร่วมอยู่ด้วย ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นศาลชั้นต้น

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน