จีนใช้ยาแรงคุม COVID-19 ขึ้นบัญชีดำผู้ปิดบังอาการ-ฝ่าฝืนกักตัว

จีนใช้ยาแรงคุม COVID-19 ขึ้นบัญชีดำผู้ปิดบังอาการ-ฝ่าฝืนกักตัว

จีนใช้ยาแรงคุม COVID-19 ขึ้นบัญชีดำผู้ปิดบังอาการ-ฝ่าฝืนกักตัว

รูปข่าว : จีนใช้ยาแรงคุม COVID-19 ขึ้นบัญชีดำผู้ปิดบังอาการ-ฝ่าฝืนกักตัว

มณฑลและเมืองหลายแห่งในจีนประกาศขึ้นบัญชีดำความน่าเชื่อถือรายบุคคลสำหรับประชาชนที่ฝ่าฝืนการกักกันตัว หรือปกปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาการป่วย-ประวัติการเดินทาง และคนที่ผลิตหรือขายสินค้าโภคภัณฑ์ปลอม รวมถึงกว้านซื้อสินค้ามาขายโก่งราคา

วันนี้ (14 ก.พ.2563) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า มณฑลและเมืองหลายแห่งในจีนประกาศขึ้นบัญชีดำความน่าเชื่อถือรายบุคคลของประชาชนที่ปกปิดอาการป่วยหรือฝ่าฝืนการกักกันตัว เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

มณฑล 3 แห่ง ได้แก่ อันฮุย เจียงซู และจี๋หลิน และเมือง 3 แห่ง ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ฉงชิ่งและหางโจวได้อนุมัติเอกสารแนวทางขึ้นบัญชีดำสำหรับบุคคลที่ฝ่าฝืนการกักกันตัวหรือปกปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อาการป่วย ประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส หรือปิดบังว่าเคยติดต่อกับผู้ป่วยต้องสงสัยและผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อเอกสารแนวทาง ระบุว่า บุคคลที่ฝ่าฝืนข้อบังคับดังกล่าว นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังจะถูกขึ้นบัญชีดำบนแพลตฟอร์มข้อมูลความน่าเชื่อถือท้องถิ่นอีกด้วย

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.หางโจวได้ขึ้นบัญชีดำประชาชนในเมืองแล้ว 9 คน ที่ปกปิดอาการป่วยและฝ่าฝืนการกักกันตัวโดยเมื่อวันที่ 26 ม.ค. มีประชาชนท้องถิ่น 1 คน ที่ปกปิดข้อเท็จจริงว่าเดินทางไปยังอู่ฮั่นและเซินเจิ้นก่อนจะกลับมายังหางโจว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะถูกบันทึกลงในประวัติข้อมูลความน่าเชื่อถือ และถูกขึ้นบัญชีดำด้านความน่าเชื่อถือของหางโจวเป็นเวลา 1 ปี


นอกจากนี้ เอกสารแนวทางของหางโจวยังระบุรายละเอียดกลไกการระบุตัวและบทลงโทษของบุคคลที่มีพฤติกรรมประเภทดังกล่าว ขณะเดียวกันฉงชิ่งได้ประกาศขึ้นบัญชีดำกลุ่มคนที่ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าโภคภัณฑ์ปลอม หรือกว้านซื้อสินค้าเพื่อนำมาขายโก่งราคาระหว่างที่มีการแพร่ระบาด ซึ่งสถิติปัจจุบันระบุว่า มีผู้ถูกบันทึกว่ากระทำความผิดดังกล่าวในฉงชิ่งแล้ว 28 คน

ด้านจี๋หลิน ระบุว่า จะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายสำหรับผู้ที่ขัดขวางการป้องปรามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เช่น ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อีกด้วย

กลับขึ้นด้านบน