"ทบ.- กรมธนารักษ์" ลงนาม MOU จัดระเบียบสวัสดิการเชิงธุรกิจ 40 โครงการทั่วประเทศ

"ทบ.- กรมธนารักษ์" ลงนาม MOU จัดระเบียบสวัสดิการเชิงธุรกิจ 40 โครงการทั่วประเทศ

"ทบ.- กรมธนารักษ์" ลงนาม MOU จัดระเบียบสวัสดิการเชิงธุรกิจ 40 โครงการทั่วประเทศ

รูปข่าว : "ทบ.- กรมธนารักษ์" ลงนาม MOU จัดระเบียบสวัสดิการเชิงธุรกิจ 40 โครงการทั่วประเทศ

กองทัพบกเดินหน้าปฏิรูปกองทัพ ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกรมธนารักษ์ ปรับรูปแบบการจัดสวัสดิการภายในของกองทัพบก กว่า 40 โครงการทั่วประเทศ โดยจะแบ่งสัดส่วนรายได้สวัสดิการเชิงธุรกิจของกองทัพบก ทั้งกิจการปกติและกรณีพิเศษให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ


วันนี้ (17 ก.พ.2563) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ร่วมกับกรมธนารักษ์ โดยนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ ลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก” ณ กองบัญชาการกองทัพบก
การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้ เพื่อให้การใช้ที่ราชพัสดุของกองทัพบก ทั้งที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง ในการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ชื่นชมกองทัพบกที่มีแนวคิดปรับปรุงสวัสดิการเชิงธุรกิจ โดยได้ติดต่อประสานงานร่วมกันมากว่า 1 ปี จนสามารถลงนามข้อตกลงร่วมกันได้ในวันนี้ โดยจากการสำรวจมีที่ราชพัสดุในการดูแลของกองทัพบกกว่า 1 ล้านไร่ที่กรมธนารักษ์เข้าการตรวจสอบและเบื้องต้นพบว่าถูกราษฎรบุกรุกราว 700,000 ไร่

ทั้งนี้การแบ่งสัดส่วนรายได้ระหว่างกรมธนารักษ์กับกองทัพบก จะพิจารณาและประเมินตามรายได้ของสวัสดิการเชิงธุรกิจแต่ละแห่ง เช่น สนามม้า สถานพักฟื้นพักผ่อน และสนามกอล์ฟ โดยกรมธนารักษ์จะได้ส่วนแบ่งเก็บค่าเช่าที่ดินจากผู้ประกอบการและกองทัพบกก็จะได้สัดส่วนเปอร์เซ็นต์จากผลประกอบการ ขณะเดียวกันมีเหล่าทัพอื่นๆ ประสานให้กรมธนารักษ์เข้าไปตรวจสอบเพื่อปรับปรุงสวัสดิการเช่นเดียวกัน สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

 

พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก แถลงย้ำว่า ที่ผ่านมากองทัพบกดูแลสวัสดิการภายในหน่วย เพื่อช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัว แต่เนื่องจากมีประชาชนเข้ามาใช้บริการร่วมด้วย จึงต้องการทำให้สวัสดิการเชิงธุรกิจที่ถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ซึ่งการลงนามร่วมกับกรมธนารักษ์ในครั้งนี้มีประมาณ 40 กว่าโครงการ เช่น สนามม้ากองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา อาคารบ้านพักรับรองสวนสนประดิพัทธ์ประจวบคีรีขันธ์ และสนามกอล์ฟกองทัพบกรามอินทรา กทม.โดยจะให้เอกชนที่เป็นมืออาชีพเข้ามาร่วมดำเนินการ เพื่อให้การบริการในราคามีความเหมาะสม แต่กำลังพลและครอบครัวยังคงใช้บริการในราคาสวัสดิการของกองทัพเหมือนเดิม

ทั้งนี้การจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก ดำเนินการภายใต้กรอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายใน ส่วนราชการ ปี 2547 เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้า ตลาดนัด กิจการสโมสร สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนกองทัพบก
โดยกิจการสวัสดิการของกองทัพบกที่ดำเนินอยู่นั้น เน้นการให้บริการหรือจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและราคาถูกแก่กำลังพลกองทัพบกและครอบครัว ส่งผลให้บุคคลทั่วไปให้ความสนใจมาใช้บริการและซื้อสินค้าในกิจการสวัสดิการของกองทัพบกด้วยเช่นกันทำให้กิจการสวัสดิการบางกิจการได้รับความนิยมจากกำลังพลครอบครัว รวมถึงบุคคลทั่วไปมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เมื่อผลประกอบการดี จึงอาจทำให้สินค้าและบริการมีราคาถูกลง เกิดผลดีแก่กำลังพลและบุคคลทั่วไปที่ใช้บริการ และอาจมีรายได้เข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก เพื่อนำมาจัดสวัสดิการให้แก่กำลังพลกองทัพบกและครอบครัวเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ดังนั้น เพื่อให้การจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดว่ากรณีที่บุคคลภายนอกทั่วไปมาใช้บริการมากกว่าสมาชิก คือกำลังพลของกองทัพบกและครอบครัว ให้ดำเนินการในรูปแบบการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ซึ่งต้องขออนุญาตเช่าที่ราชพัสดุ จากกรมธนารักษ์ ทั้งนี้รายได้ที่เกิดขึ้นจากการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ จะถูกนำส่งเป็นค่าเช่าและค่าธรรมเนียมให้แก่กรมธนารักษ์ส่วนหนึ่งตามบันทึกข้อตกลง

 

ส่วนที่เหลือจะนำส่งเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบกเพื่อนำมาจัดสวัสดิการให้แก่กำลังพลกองทัพบกและครอบครัว กองทัพบกจึงได้หารือการปฏิบัติร่วมกับกรมธนารักษ์ เพื่อปรับรูปแบบการจัดสวัสดิการภายในของกองทัพบกในบางกิจการเป็นการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ โดยจัดทำบันทึกข้อตกลง “โครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก” ภายใต้ กรอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ ปี 2547 และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจประกาศ ณ วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2548 โดยการกำกับดูแลของกองทัพบก แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจกรณีปกติทั่วไป เช่นสถานีบริการน้ำมัน ร้านค้าตลาดนัด โดยให้เรียกเก็บค่าเช่า ค่าธรรมเนียม ตามอัตราที่กำหนดตามระเบียบและคำสั่งที่ใช้บังคับ ณ เวลานั้นและการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจกรณีพิเศษ ได้แก่ สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนให้เรียกเก็บค่าเช่าค่าธรรมเนียมตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยกรมธนารักษ์ มีหน้าที่สนับสนุนโครงการให้สัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์

ตลอดจนร่วมแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด ส่วนกองทัพบก มีหน้าที่ดำเนินโครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบกให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และกรณีที่มีข้อปัญหาในการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงนี้ ให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

กลับขึ้นด้านบน