คาดโทษ! เพิกเฉยดับไฟป่า สั่งยกระดับคุมเข้มห่วงซ้ำรอย

คาดโทษ! เพิกเฉยดับไฟป่า สั่งยกระดับคุมเข้มห่วงซ้ำรอย

คาดโทษ! เพิกเฉยดับไฟป่า สั่งยกระดับคุมเข้มห่วงซ้ำรอย

รูปข่าว : คาดโทษ! เพิกเฉยดับไฟป่า สั่งยกระดับคุมเข้มห่วงซ้ำรอย

อธิบดีกรมอุทยานฯ ร่อนหนังสือ 4 ข้อกำชับ ผอ.สบอ.1-16 ลงมากำกับปัญหาไฟป่า หลังพบ 4 พื้นที่อุทยานภูกระดึง ภูเรือ และภูแลนคา และดอยพระบาท ถูกไฟป่าเสียหายหนัก กำชับตั้งจุดสกัดพื้นที่เข้าออกชุมชนรอบป่า พร้อมคาดโทษหากพบละเลยการปฏิบัติงาน

วันนี้ (18 ก.พ.2563) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำหนังสือด่วนถึง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันไฟป่าทั่วประเทศ โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า จากสถานการณ์ไฟป่าในขั้นวิกฤต และรุนแรงในหลายพื้นที่ เช่นอุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จ.ชัยภูมิ อุทยานแห่งชาติดอยพระบาท จ.ลำปาง จนสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมาได้มีหนังสือสั่งการเกี่ยวกับมาตรการการแก้ไขปัญหาไฟป่าปี 2563 การจัดทำประกาศกรมอุทยานแห่งชาติฯ เรื่องสถานการณ์ไฟป่าปี 2563 แจ้งเวียนผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทราบ ตลอดจนหนังสือกรมอุทยานแห่งชาติ ด่วนที่สุดที่ ทส. 0904.428/3174 กำชับเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าปี 2563 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยการระดมสรรพกำลัง และกําหนดมาตรการการควบคุมไฟป่าอย่างเข้มข้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง หมดแรง! ส่งกำลังใจชุดดับไฟป่าภูกระดึง 2 วันปิดภารกิจ

พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ แต่จากการติดตามสถานการณ์ ปรากฏว่ายังมีเหตุการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูแล้งที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการยกระดับการป้องกัน และควบคุมสถานการณ์ไฟป่า จึงขอกำชับให้สบอ.ทุกแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยไฟป่าทุกแห่งดำเนินการดังนี้

  • ให้ผอ.สบอ.ทุกแห่ง (ด้วยตนเอง) เข้าควบคุมและบัญชาการ กรณีเกิดสถานการณ์ไฟป่าขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่า ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
  • ให้ตรวจสอบเส้นทางเข้าออกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (เน้นพื้นที่ซึ่งติดกับชุมชนทุกจุด) พร้อมทั้งจัดทำคำสั่งในระดับสำนักให้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตลอดจนหน่วยงานอื่นในสังกัด เพื่อตั้งจุดสกัด บริเวณทางเข้า-ออก ระหว่างหมู่บ้านกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกเส้นทางที่มีความเสี่ยง จัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่เข้า-ออกพื้นที่ป่า ติดตามตรวจสอบกิจกรรมของบุคคลที่เข้าไปในพื้นที่ป่าทุกราย โดยการสับเปลี่ยนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่จากพื้นที่อื่นๆเข้าร่วม พร้อมทั้งจัดให้มีชุดลาดตระเวน เพื่อป้องปรามมิให้มีการลักลอบจุดไฟเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ขอให้เคร่งครัดกับการรายงานผล ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าปี 2563 หากปรากฏว่ายังมีหน่วยงานในสังกัด ไม่ปฏิบัติตามหนังสือสั่งการเรื่องมาตรการการแก้ไขปัญหาไฟป่าปี 2563 โดยการเพิกเฉย หรือละเลยการปฏิบัติงานและการรายงานผล ขอให้พิจารณาลงโทษผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม แล้วรายงานกรมอุทยานแห่งชาติฯทราบ
  • ให้มีการตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ อุปกรณ์ดับไฟป่า ว่ามีเพียงพอสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานหรือไม่ ในเบื้องต้นหากพื้นที่ใดขาดแคลน ขอให้มีการสนธิกำลัง ทั้งบุคลากรเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ จากหน่วยงานรับผิดชอบในสังกัด เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงและวิกฤตเป็นลำดับแรก ตลอดจนการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นๆในพื้นที่ จิตอาสา เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่า ทั้งนี้หากอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ดับไฟป่า ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการขอให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบ และประเมินสถานการณ์ไฟป่าทุกแห่งอย่างใกล้ชิด หากมีแนวทางปฏิบัติหรือข้อสั่งการใดๆเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาสถานการณ์ไฟป่าให้ดีขึ้น จะแจ้งเพิ่มเติม

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ศศิน" ทวงคืนป่าสนธรรมชาติฟื้นฟูนิเวศภูกระดึง

นาทีช่วย "กวางป่า" หนีไฟภูกระดึง -ประสาน ฮ.ทหาร ขนอุปกรณ์ 

คุมไฟไหม้ "ภูกระดึง" เสียหายกว่า 2,000 ไร่ ห่วงปะทุรอบใหม่

 

กลับขึ้นด้านบน