ไฟป่า "ภูกระดึง" สงบแล้ว แต่ยังเฝ้าระวังไม่ให้ปะทุซ้ำ

ไฟป่า "ภูกระดึง" สงบแล้ว แต่ยังเฝ้าระวังไม่ให้ปะทุซ้ำ

ไฟป่า "ภูกระดึง" สงบแล้ว แต่ยังเฝ้าระวังไม่ให้ปะทุซ้ำ

รูปข่าว : ไฟป่า "ภูกระดึง" สงบแล้ว แต่ยังเฝ้าระวังไม่ให้ปะทุซ้ำ

อธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยันควบคุมไฟป่าที่ภูกระดึงได้แล้วเกือบทั้งหมด มีเพียงบางส่วนที่ยังต้องเฝ้าระวัง ส่วนสาเหตุจากการบินสำรวจของเจ้าหน้าที่คาดมาจากฝีมือมนุษย์

วันนี้ 19 ก.พ.2563 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าในพื้นที่ได้แล้วเกือบทั้งหมด มีเพียงบางส่วนที่ยังต้องเฝ้าระวังซึ่งอยู่ด้านล่างบริเวณริมหน้าผาและพื้นที่ก้านล่าง เบื้องต้นมีพื้นที่ป่าเสียหายกว่า 3,400 ไร่ ส่วนสาเหตุของไฟป่าในครั้งนี้มั่นใจว่าไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากคนจุด โดยตั้งประเด็นสาเหตุเป็น 2 ประเด็น คือจุดเพื่อหาของป่า และจุดในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ

จากการบินสำรวจคาดสาเหตุว่าอาจมาจาการจุดเพื่อหาของป่าและการจุดในพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องจากรอยไหม้ลุกลามจากพื้นที่เกษตรที่เชื่อมต่อจากแนวอุทยานฯ สอดคล้องกับข้อมูลภาพถ่ายดาวเที่ยวของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)

 

ส่วนกำลังพลและอุปกรณ์ในการควบคุมไฟป่าในครั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยันว่าเพียงพอต่อการควบคุม มีเพียงอุปกรณ์ในการควบคุมไฟป่าบางส่วนที่ยังต้องหาเข้ามาเสริม อย่างรถแทรกเตอร์

ขณะที่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ เจ้าหน้าที่พบพื้นที่ไฟป่าจุดใหม่ใกล้กับผาเหยียบเมฆห่างจากจุดบริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 7 กิโลเมตร คาดว่าเกิดจากสะเก็ดไฟป่าที่ยังลุกไหม้บริเวณด้านล้างของหน้าผาถูกลมพัดปลิวขึ้นมา และเกิดไฟลุกไหม้พื้นที่ป่าที่อยู่ถัดจากถนนเรียบตามแนวหน้าผา ซึ่งจุดนี้มีทำแนวกันไฟชั้นรอง จึงง่ายต่อการดับไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ไฟก็สงบ เบื้องต้นมีพื้นที่เสียหายเพิ่มอีกเกือบ 90 ไร่

ไฟป่าลัษณะนี้แม้จะส่งผลดีกับป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ แต่หากเกิดกับป่าสนเขาของภูกระดึงถือว่าไม่เกิดประโยชน์ และจากการสำรวจความเสียหาย มั่นใจว่าต้นสนส่วนใหญ่ที่ถูกไฟไหม้ยังไม่ตาย หากมีฝนตกลงมาก็จะออกใบเติบโตได้ตามปกติ

 

อธิบดีกรมอุทยาน กล่าวว่า ปีนี้กรมอุทยานฯ มุ่งเสริมกำลังและอุปกรณ์ไปปัองกันไฟป่าทางภาคเหนือมากกว่า เพราะคิดว่าภาคอีสานไม่น่าจะเกิดไฟป่ารุนแรง แต่หลังจากนี้ต้องปรับแผนเพิ่มกำลังคนและอุปกรณ์มากขึ้น เพื่อไม่ให้พื้นที่ความเสียหายขยายวงกว้าง

สำหรับแผนในการฟื้นฟูหลังจากนี้ อธิบดีกรมอุทยาน ระบุว่าหลังจากที่ประเมิณความเสียหายแล้วเสร็จจะเชิญบุคคลจากหลายภาคส่วน ทั้งนักวิชาการ ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมออกความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางในการฟื้นฟูที่ดีที่สุด

 

ขณะที่นายอดิศร เหมทานนท์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าภูกระดึง ระบุว่า วันนี้เจ้าหน้าที่จะต้องสำรวจสภาพแนวกันไฟและใช้แทรกเตอร์ทำแนวกันไฟเพิ่ม เพราะไฟป่ายังมีแนวโน้มเกิดขึ้นได้อีก ขณะที่เจ้าหน้าที่กว่า 100 คน ที่สับเปลี่ยนออกไปลาดตระเวนและดับไฟป่าต้องกระจายกันไปพักอาศัยในแคมป์ชั่วคราวใกล้กับจุดเกิดไฟป่า เพื่อง่ายต่อการออกไปดับไฟที่ปะทุขึ้นใหม่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง ภารกิจดับไฟป่าภูกระดึง

คาดโทษ! เพิกเฉยดับไฟป่า สั่งยกระดับคุมเข้มห่วงซ้ำรอย

"ศศิน" ทวงคืนป่าสนธรรมชาติฟื้นฟูนิเวศภูกระดึง

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน