สธ.เผยผู้ป่วยจีน "รพ.แม่สอด" ไม่ติดเชื้อ COVID-19

สธ.เผยผู้ป่วยจีน "รพ.แม่สอด" ไม่ติดเชื้อ COVID-19

สธ.เผยผู้ป่วยจีน "รพ.แม่สอด" ไม่ติดเชื้อ COVID-19

รูปข่าว : สธ.เผยผู้ป่วยจีน "รพ.แม่สอด" ไม่ติดเชื้อ COVID-19

กระทรวงสาธารณสุขเผยผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง COVID-19 ชาวจีนที่โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก ผลทางห้องปฏิบัติการเป็นลบ เตือนอย่าเชื่อข่าวลวง ขณะนี้ทุกด่านยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง

วันนี้ (24 ก.พ.2563) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป พร้อมด้วย นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่า ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง ชายชาวจีน ที่เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลแม่สอดด้วยอาการโรคระบบทางเดินหายใจนั้น ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 แห่งได้ผลเป็นลบ ไม่พบสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังรักษาต่อตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤตจากมีโรคประจำตัวที่มีอยู่เดิม

 

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

สถานการณ์โรค พบไทยอยู่อันดับ 9

ทั้งนี้ ขณะนี้ทุกด่าน ทั้งบก เรือ อากาศ ด่านธรรมชาติ ยังคงเข้มงวดการเฝ้าระวังคัดกรองผู้เดินทางอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันจำนวน 35 คน กลับบ้านได้แล้ว 21 คน รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 14 คน โดยไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ 9 ของโลก

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข ได้ขยายนิยามการเฝ้าระวัง ปรับเกณฑ์ พื้นที่เสี่ยง อาชีพเสี่ยง กลุ่มอาการปอดอักเสบในบุคลากรทางการแพทย์ ตามสถานการณ์มาโดยตลอด รวม 4 ครั้ง เพื่อให้ตรวจจับผู้อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้ครอบคลุมคนไทยที่กลับจากประเทศระบาดของโรค และเพิ่มพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง

แพทย์ดูแลผู้ป่วยอาการหนักใกล้ชิด

ส่วนผู้ป่วยอาการหนักทั้ง 2 คนที่สถาบันบำราศนราดูร คนที่ 1 เป็น ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยพยุงปอด อาการทรงตัวตอบสนองต่อการกระตุ้นได้ดี ส่วนคนที่ 2 ที่ติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย อาการทรงตัวยังคงต้องดูแลโดยคณะแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง

ติดเชื้อสะสม 35 กลับบ้านแล้ว 21

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด จนถึงวันที่ 24 ก.พ.2563 เวลา 08.00 น. ยังมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 14 คน กลับบ้านแล้ว 21 คน รวมสะสม 35 คน และผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.-22 ก.พ.2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 1,453 คน คัดกรองจากสนามบิน 68 คน มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 1,385 คน อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 1,121 คน ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 332 คน

 

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

สถานการณ์ทั่วโลกใน 31 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-24 ก.พ.2563 เวลา 07.00 น. พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 78,997 คน เสียชีวิต 2,470 คน ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 76,942 คน เสียชีวิต 2,444 คน

ตรวจห้องแล็บได้ทั้ง รพ.ศูนย์-ส่วนกลาง

ในส่วนการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ขณะนี้สามารถตรวจได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 แห่ง ทั่วประเทศ และห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลประจำจังหวัดของรัฐ ส่วนกลางสามารถตรวจได้ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันบำราศนราดูร คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอให้ประชาชนมีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง มีไข้ ไอ มีน้ำมูก มีการทางระบบทางเดินหายใจ และมีประวัติเดินทางไปพื้นที่ระบาดของโรค ขอให้รีบพบแพทย์ทันที หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่ติดต่อจากการฟุ้งกระจายในอากาศ

สำหรับการติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เชื้อจะอยู่ในละอองฝอยขนาดใหญ่จากการไอ จาม ของผู้ป่วย โดยเชื้ออาจหล่นติดอยู่ตามพื้นผิวสัมผัส เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มกดลิฟท์ ราวบันได โต๊ะ ยังไม่ติดต่อจากการฟุ้งกระจายในอากาศ ประชาชนสามารถป้องกันได้ด้วยการ ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปในสถานที่แออัด

 

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

ขอบคุณประชาชนร่วมรับผิดชอบสังคม

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ร่วมรับผิดชอบสังคมด้วยการไม่แพร่เชื้อ ทั้งนี้ คำแนะนำเมื่อประชาชนกลับมาจากพื้นที่ระบาดของโรคที่ขอให้เก็บตัวสังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วันเพื่อ ความปลอดภัยของตัวผู้เดินทาง ครอบครัว และสังคม ขอประชาชนอย่าเชื่อ ข่าวลือ เขาเล่าว่า ที่ไม่รู้ต้นทางข่าวไม่มีข้อมูลความจริง คือการเพิ่มภาระคนทำงานที่หนักอยู่แล้วให้หนักมากขึ้น ช่วยกันหยุดข่าวลือ หยุดส่งต่อข่าวเขาเล่าว่า รับฟังการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขทุกวันเวลา 11.00 น.

แนะวิธีป้องกันตนเองจาก COVID-19

กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำด้วยการ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่สะอาดเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ผู้ป่วยและผู้ที่มีอาการ ไอ จาม ควรใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สำหรับหน้ากากอนามัยประเภท N95 จะใช้ในเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาใกล้ชิดกับผู้ป่วย

ป่วยหลังไปพื้นที่เสี่ยง 14 วันรีบพบแพทย์

ทั้งนี้ ประชาชนที่มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีการรายงานพบผู้ป่วย หลังเดินทางกลับประเทศไทยภายใน 14 วัน ถ้ามีอาการไข้ เจ็บคอ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูกไอ เสมหะ หายใจเร็ว หอบให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

ผู้มีโรคประจำตัวเลี่ยงไปประเทศที่ระบาด

สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศที่มีการระบาดและหากจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด ขอให้หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย หลีกเลี่ยงไปท่องเที่ยวตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย ขณะที่ประชาชนทั่วไป ขอให้ดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศแปรปรวน ใช้มาตรการกินร้อนช้อนกลางล้างมือและสวมหน้ากากป้องกันโรคเวลาไอ จาม หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ

 

กลับขึ้นด้านบน