"ธรรมนัส" โต้เคยเป็น 5 เสือกองสลากผิดตรงไหน

"ธรรมนัส" โต้เคยเป็น 5 เสือกองสลากผิดตรงไหน

"ธรรมนัส" โต้เคยเป็น 5 เสือกองสลากผิดตรงไหน

รูปข่าว : "ธรรมนัส" โต้เคยเป็น 5 เสือกองสลากผิดตรงไหน

นิคมอภิปรายนายกฯ เข้ามา 2 รอบ ทำคนตกงานล้นหลาม 30 ล้านคน เป็นหนี้เพียบ ครอบงำสื่อ แถมยังตั้ง 5 เสือกองสลากฯ เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ ขณะที่ธรรมนัสลุกขึ้นโต้เป็น 5 เสือผิดตรงไหน มีคุณธรรมเหมือนกัน

วันนี้ (26 ก.พ.2563) เวลา 17.13 น. นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.พลังปวงชนไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ท่านไม่น่าจะเป็นนายกฯ แม้แต่วันเดียว เพราะทำผิดตั้งแต่เริ่มแรก นับแต่วันแรกที่เข้าสู่ตำแหน่ง ซึ่งต้องมีการแถลงนโนยายต่อที่ประชุม บอกที่มาของงบฯ แต่นายกฯ ไม่ทำ ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 162

การบริหารราชการแผ่นดินทำให้คนยากจนล้นหลาม 30 ล้านคน และใช้สื่อเพื่อประโยชน์ของพรรคพลังประชารัฐ หลังยึดอำนาจได้ปิดสื่อวิทยุทุกช่อง มีการนั่งแถลงข่าวและใช้สื่อเป็นเครื่องมือเรื่อยๆ สถานีวิทยุที่ไม่เชียร์รัฐบาลก็ถูกปิด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่และนักจัดรายการตกงาน

นายกฯ มารอบ 2 ก็ยังครอบงำสื่อ

นายนิคมกล่าวว่า นายกฯ มารอบ 2 ก็ยังปิดสถานีวิทยุเรื่อยมา ไม่มีการเยียวยาช่วยเหลือ ทั้งที่บางคนติดหนี้ ถูกฟ้องร้อง และเรียกร้องในสิ่งที่ทำในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ 1 เพราะตอนนั้นเป็นรัฐบาล คสช. แต่ปัจจุบันยังมีการครอบงำสื่อ เพราะยุคนี้เป็นสงครามสื่อ ใครที่ต้องการมีอำนาจก็ต้องครอบงำสื่อ

นายกฯ มาโดยไม่ถูกต้อง แต่กลับครอบงำสื่อ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับฟังข่าวสารที่ใกล้ชิด เช่น เรื่องไวรัส มีบางสื่อที่เสนอข่าวสารแบบตรงไปตรงมา แต่อยู่ยาก ผู้ประกอบการสื่อ สื่อสารมวลชน ตกงาน 4-5 พันคน เพราะจากนโยบายที่เข้ามาคุม กสทช. มีการประมูลใช้ระบบดิจิทัลที่ยังไม่มีอะไรมารองรับ ทำให้ประสบภาวะขาดทุน

ต่อมาให้ กสทช.ที่มีรายได้จากการประมูลคลื่น การเก็บค่าธรรมเนียม แต่ไม่ต้องส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลัง แค่ส่งเข้า กสทช. และนายกฯ มาขอเงินไปให้กระทรวงการคลัง ทำเน็ตประชารัฐ 2 หมื่นกว่าหมู่บ้าน แต่ไม่สำเร็จ บางแห่ง 30 % ยังเป็นแค่ตอม่อ ตอนนี้ไม่รู้ว่าส่งคืน กสทช.ไปหรือยัง

งงตั้งธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ

จากนั้น นายนิคมจึงอภิปรายถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่า แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีชื่อในคณะรัฐมนตรี เป็น รมช.เกษตรฯ ผมไม่แน่ใจว่าธรรมนัสหรือเป็น ร.อ. เพราะไปค้นประวัติมาในปี 2539 มีการถอดยศเพราะหนีเวร แต่จากนั้นกลับมารับราชการและใช้ ร.ท.และมีการถอดยศอีกครั้ง โดยยังไม่มีการแต่งตั้งมาเป็น ร.อ.ธรรมนัส ได้อย่างไร เป็นการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติไม่ครบ

โล๊ะธรรมนัสจากกองสลากฯ แต่งตั้งอภิรัชต์ นั่งประธาน

นายธรรมนัส แจ้งบัญชีทรัพย์สินมีรายได้ต่อเดือน จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เดือนละ 3 ล้านบาท ความจริงไปค้นมาว่า นายธรรมนัสไม่มีโควต้าขายสลากฯ ปี 2544-2545 บริษัทของนายธรรมนัสเคยมีโควต้า 1.6 ล้านฉบับ ต่อมามีการยึดอำนาจปี 2557 มีคำสั่ง คสช.เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการกองสลาก ทำให้โล๊ะ 5 เสือกองสลาก

คสช.ตั้ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ในขณะนั้นมานั่งประธานกองสลากฯ และยกเลิก 5 เสือกองฉลาก เพื่อแก้ปัญหาขายเกินราคา จนถึงตอนนี้ยังแก้ไขไม่ได้ แสดงว่ายังมีผู้มีอิทธิพล นายทุน ไปกว้านซื้อจากคนที่ไปจองและมาจัดเป็นคู่ ๆ ละ 200 บาท

ผุดเลข 3 ตัวหน้า มอมเมาประชาชน

นายนิคมอภิปรายต่อว่า รัฐบาลนี้เพิ่มเลขหน้าอีก 3 ตัว เหมือนมอมเมาประชาชน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ก็อยากเสี่ยงโชค พอใครถูกรางวัลที่ 1 ก็ออกข่าวครึกโครมสร้างความหวัง จึงไม่ไว้วางใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งคนที่ไม่มีคุณสมับัติมาเป็นรัฐมนตรี ถ้าผู้นำประเทศตัดสินใจผิดพลาด-บกพร่องก็เสียหาย

เรื่องค่าโง่คลองด่าน พบว่าตอนนี้คดียังไม่สิ้นสุด แต่เร่งรีบจ่ายเงินงวดแรก 3,000 ล้านบาทให้กับเอกชน สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ต้องจ่าย ตอนนี้ยังสามารถทวงคืนเงินก้อนนี้ได้ พร้อมตั้งคำถามถึงการปล่อยให้นำขยะพลาสติกเข้ามา 500,000 ตัน แต่มารณรงค์ไม่ใช้ถุงพลาสติก จึงอยากถามว่าใครได้ประโยชน์

นายนิคมกล่าวว่า การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เสียหายหลายอย่าง เช่น ปัญหาการทำเหมืองในภาคอีสาน การทำโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน การใช้อิทธิพลข่มขู่ชาวบ้าน-แกนนำ ที่คัดค้านแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย แทนที่จะมาทำประโยชน์เอง

เหตุผลที่มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งต่อ ถ้ายังอยู่ ประเทศชาติจะเสียหายมากกว่านี้ อยากให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ท่านเคยสัญญากับประชาชนว่าจะมาไม่นานและจะคืนความสุขให้ประชาชน เชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องคืนความสุขให้ประชาชน แต่ทำไมอยู่นานจนเงินคงคลังหมด

“ธรรมนัส” ลุกขึ้นแจง ได้ยศคืนเมื่อปี 2541

จากนั้น เวลา 18.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ปี 2541 มีพระบรมราชโองการถอดยศ ร.ท.พชร พรหมเผ่า (ชื่อเดิม) แต่หนังสือกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตร ให้เลื่อนยศผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบกระทรวงกลาโหม เป็นว่าที่ ร.อ. หนึ่งในนั้นคือ พชร พรหมเผ่า เมื่อ 1 มิ.ย.2541

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เกิดความสับสนคือ หนังสือจากสำนักนายกฯ เรื่องการถอดยศร้อยโท ต่อมามีคำสั่งตามมาให้แต่งตั้ง จึงทำให้เกิดความสับสน ที่ผ่านมาผมพยายามหาว่ายศผมยังอยู่ไหม แต่เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง รมช. ผมก็ใช้ยศนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ได้ต้องการจะอวดยศฐาบรรดาศักดิ์

ผมไม่ปฏิเสธว่าก่อนดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผมมีอาชีพเป็น 1 ใน 5 เสือกองสลากฯ มันผิดหรือครับ ที่ผมจะมีอาชีพเป็นผู้ค้าสลากรายใหญ่ ท่านอย่ามองผู้ค้าสลากรายใหญ่เป็นโจร หรือเป็นผู้เอารัดเอาเปรียบทางสังคม

เป็น 5 เสือกองสลากฯ ก็มีคุณธรรม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า 5 เสือกองสลากฯ ก็มีคุณธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค แต่รัฐบาลชุดที่แล้ว มีนโยบายว่า ไม่ให้มี 5 เสือ หรือผู้ค้าสลากฯ รายใหญ่ ขณะนั้นผมได้รับสัมปทานในฐานะคู่สัญญากับกองสลากฯ ครั้งสุดท้าย วันที่ 4 ส.ค.2558 หลังบอร์ดกองสลากฯ บอกว่า สลากการกุศลต้องจำหน่ายผ่าน ธนาคารกรุงไทย หรือองค์กรการกุศลในจำนวนตามข้อบังคับ

จนถึงทุกวันนี้ผมไม่มีสัมปทานกับกองสลากฯ แล้ว แต่ที่ผมสำแดงทรัพย์สินว่ามีรายได้จากการจำหน่ายสลากฯ เดือนละ 3 ล้านบาท ผู้อภิปรายคงเข้าใจผิดว่าผมยังเป็นคู่สัญญากับสำนักงานกินแบ่งรัฐบาล แต่ข้อเท็จจริงคือ รายได้ส่วนนี้คือรายได้จากที่ผมไปเช่าแผงค้าสลากฯ เป็นการเช่าช่วงจากเจ้าของตลาด เกือบ 10 แผง เนื่องจากต้องหล่อเลี้ยงลูกค้าที่ทำธุรกิจร่วมกันมากว่า 10 ปี

กลับขึ้นด้านบน