"ไทยลีก" แข่งลีกอาชีพแบบปิด 7-31 มี.ค.

"ไทยลีก" แข่งลีกอาชีพแบบปิด 7-31 มี.ค.

"ไทยลีก" แข่งลีกอาชีพแบบปิด 7-31 มี.ค.

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีมติยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ให้ฟุตบอลลีกอาชีพของไทย ตั้งแต่ระดับไทยลีก 1-4 เล่นในสนามแข่งขันแบบปิด โดยไม่มีแฟนบอลเข้าสนาม ซึ่งในเบื้องต้น จะมีผลตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7-31 มี.ค.2563

รูปข่าว : "ไทยลีก" แข่งลีกอาชีพแบบปิด 7-31 มี.ค.

เมื่อวานนี้ (1 มี.ค.2563) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการประชุมด่วน เพื่อหารือเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งส่งผลให้รัฐมีอำนาจควบคุมการแพร่ระบาดของโรค, สามารถสั่งปิดสถานที่ต่างๆ, สั่งหยุดงาน และมีอำนาจกักตัวผู้ต้องสงสัย

"พล.ต.อ.สมยศ" นั่งหัวโต๊ะหารือแข่งไทยลีก

สำหรับการประชุมครั้งนี้ นำโดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัดเป็นประธาน พร้อมด้วยนายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ว่าที่อุปนายกฝ่ายจัดการแข่งขัน, นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ, นายวรงค์ ทิวทัศน์ เลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด และนายไพฤทธิ์ ต้านไพรี หัวหน้าฝ่ายควบคุมการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด เข้าร่วม โดยภายในการประชุม ได้มีมติให้ยกระดับมาตรการป้องกัน จากเดิมที่อยู่ในระดับเฝ้าระวัง และคัดกรอง ตามข้อตกลงในที่ประชุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้เป็นระดับที่ 2 ซึ่งคือแข่งขันแบบปิด

นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขให้ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ดังนั้น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะผู้ดูแลการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ รายการไทยลีก 1-4 จึงต้องมีมาตรการในการป้องกัน ไม่ให้มีการแพร่ระบาดออกไป เนื่องจากกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก มีนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทำงาน รวมถึงแฟนบอลที่เข้าชมเกมหลายพันคน

"แม็ทช์ทีมชาติไทย" รอแนวทางจากเอเอฟซี

ทั้งนี้ จากการที่ราชกิจจานุเบกษา มีการเผยแพร่ประกาศออกมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็ต้องตอบสนองแนวทางการปฏิบัติของรัฐ ด้วยการยกระดับมาตรการป้องกัน ให้ฟุตบอลระดับสโมสรทุกรายการลงเล่นแบบปิด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.เป็นต้นไป จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม หลังจากนั้น จะมีการพิจารณาในลำดับต่อไป ส่วนในระดับทีมชาตินั้น เราต้องรอดูแนวทางจากเอเอฟซีในการประชุมวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.นี้ว่าจะมีมาตรการอย่างไร

อย่างไรก็ดี จะยังมีการถ่ายทอดสดให้ชมกันเช่นเดิม และจะมีการเผยรายละเอียดอีกครั้งว่าใครจะสามารถเข้าไปยังสนามแข่งขันได้ในช่วงระหว่างที่มีการแข่งขันแบบปิด

กลับขึ้นด้านบน