พบอีก 1 คนติด COVID-19 คนที่ 43 ของไทย

พบอีก 1 คนติด COVID-19 คนที่ 43 ของไทย

พบอีก 1 คนติด COVID-19 คนที่ 43 ของไทย

รูปข่าว : พบอีก 1 คนติด COVID-19 คนที่ 43 ของไทย

กระทรวงสาธารณสุข แถลงพบผู้ป่วย COVID-19 คนที่ 43 ของไทย เป็นหญิงคนไทยอายุ 22 ปี ที่ทำงานร่วมกับผู้ป่วยชายไทยรายที่ 37 เป็นพนักงานขับรถสัมผัสใกล้ชิด ระบุกรณีคนไทยเสียชีวิต 1 คนไม่ได้ปกปิดสาเหตุตาย แต่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ต้องนำเข้าคณะกรรมการวิชาการ

วันนี้ (2 มี.ค.2563) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19) ว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รักษาหายเพิ่ม 1 คน เป็นหญิงชาวไทยอายุ 43 ปี ที่เดินทางกลับจากญี่ปุ่นและรับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี

นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่ อีก 1 คน เป็นหญิงชาวไทยอายุ 22 ปี ซึ่งทำงานร่วมกับผู้ป่วยชายไทย รายที่ 37 ซึ่งเป็นพนักงานขับรถให้นักท่องเที่ยว ถือว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และมีการติดตามดูแล จึงพบว่าป่วย ส่งผลให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 43 คน รักษาหาย 31 คน เสียชีวิต 1 คน รักษาในโรงพยาบาล 11 คน

การติดตามเฝ้าระวังการเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงยังคงเป็น 11 พื้นที่ และได้ติดตามในหลายประเทศเสี่ยงในอนาคตด้วย เช่น อังกฤษ นอร์เวย์ ภาคกลางของสหรัฐอเมริกา

นพ.สุขุม กล่าวว่า นิยามในการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยโรค COVID-19 คณะทำงานด้านวิชาการ ของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้ขยายนิยามเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เป็นผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง คนทำงานใกล้ชิดคนเสี่ยง บุคลากรทางการแพทย์ ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ได้ขยายไปยังการป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อน คือ 5 คนขึ้นไปในสถานที่เดียวกัน

แนะนำว่า ผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ มีไข้ ให้ โทร.1422 จะมีทีมให้คำปรึกษา คำแนะนำ รวมถึงประสานงานไปรับตัว ไม่ต้องไป รพ.ด้วยตัวเอง

ชี้สถานการณ์ระบาดไทยยังอยู่ระยะ 2 

ส่วนนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีชายไทยอายุ 35 ปีเสียชีวิตไม่ได้ปฎิเสธ แต่เป็นไปตามเงื่อนไขในการพิจารณาในคณะกรรมการวิชาการ เป็นเรื่องปกติของการแพทย์ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อ จะต้องนำพิจารณาในคณะกรรมการ แม้แต่การตายของผู้ป่วยไข้เลือดออก แต่ละเคส ก็นำเข้าไปพิจารณาในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้สถานการณ์ข้อเท็จจริงประเทศไทย ขณะนี้ยังใช้คำว่าอยู่ในวงจำกัด หรือระยะที่ 2 ส่วนระยะถัดไปยังไม่ได้บอกว่าจะระบาด แต่บ่งชี้ว่าไทยมีความพร้อมในมาตรการป้องกันได้ดี ยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3

 

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลังจาก สธ.ประกาศ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ทำให้มีการแจ้งข้อมูลผู้ต้องสังสัยเข้ามามาก พร้อมขอความร่วมมือว่าเป็นเรื่องความรับผิดชอบของแต่ละบ้าน แต่ละบุคคล และสังคมโดยรวมอย่ารีบไปตีตราผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อแล้ว

การประกาศ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 จะส่งผลต่อการรับแจ้งผู้ต้องสงสัย หรือผู้ป่วยอย่างทันท่วงที โดยในระดับพื้นที่ให้สาธารณสุขอำเภอเป็นเจ้าพนักงาน

ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีผู้ป่วยเกาหลีใต้ที่กลัมาป่วยรอบ 2 ในส่วนของไทยจะมีมาตรการควบคุมอย่างไร อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ต่างประเทศก็เป็นเรื่องของต่างประเทศ แต่ของไทยขอให้มั่นใจว่าการตรวจรักษานั้น ต้องตรวจเชื้อจนกว่าจะไม่พบเชื้อ COVID-19 จึงถึงจะอนุญาตให้กลับบ้าน และยืนยันว่าหายป่วย

อ่านข่าวเพิ่ม คนไทยป่วยไข้เลือดออก เคยติดเชื้อ COVID-19 เสียชีวิต

หน้ากากอนามัย ต้องมีคุณภาพ  

ขณะที่นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การแจกหน้ากากอนามัยใน 8 กรม 1 สำนักปลัดฯ ในช่วงเช้ามีประชาชนสนใจจำนวนมาก แจกไปแล้ว 5,000-8,000 ชิ้นส่วนสาเหตุที่ไม่กระจายไปแจกจุดอื่นนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ. ระบุว่ามาตรการนี้ได้สั่งการในวันหยุด และเจ้าหน้าที่ต้องเร่งแพ็คแจกคนละ 3 ชิ้น รวมทั้งหมด 100,000 ชิ้น ซึ่งเป็นคนละส่วนกับที่เตรียมไว้ให้บุคลากรสาธารณสุข 

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ากรณีชายไทยวัย 35 ปีเสียชีวิต สธ.ยังไม่ได้ระบุสาเหตุว่าเกิดจากไข้เลือดออก หรือ COVID-19 แต่จะนำเคสเข้าสู่คณะทำงานคณะกรรมการวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และต้องยืนยันจากทีมวิชาการเพื่อได้คำตอบในเรื่องนี้ ยืนยันไม่ได้เร่งด่วนสรุปเพื่อปิดข่าว

โฆษก สธ. ตอบคำถามสื่อกรณีที่ระบุว่าหน้ากากอนามัยที่นำมาขายในออนไลน์มีคุณภาพหรือไม่ โดยยืนยันว่าหากเป็นของ สธ.ในฐานะที่เป็นผู้เตือนการแพร่ระบาดของโรคจะต้องดูแลคุณภาพให้ดี แต่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กำกับ ต้องตรวจคุณภาพและป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สธ.แจกหน้ากากอนามัย วันละ 1 แสนชิ้นถึง 3 มี.ค.นี้

"อนุทิน" เร่งประสานจีน ขอซื้อยาต้าน COVID-19

 

 

กลับขึ้นด้านบน