เพื่อไทยเตรียมมาตรการลงดาบ "งูเห่า"

เพื่อไทยเตรียมมาตรการลงดาบ "งูเห่า"

เพื่อไทยเตรียมมาตรการลงดาบ "งูเห่า"

รูปข่าว : เพื่อไทยเตรียมมาตรการลงดาบ "งูเห่า"

"คุณหญิงสุดารัตน์" ยืนยันไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย พร้อมนำบทเรียนปัญหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาวิเคาะห์แก้ไขปรับปรุง ชี้ไม่ถึงขั้นต้องเปลี่ยนผู้บริหารพรรค

วันนี้(3 มี.ค.2563) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสความขัดแย้งภายในพรรคว่า ได้มีโอกาสฟังความเห็นของทุกคนในพรรค ซึ่งต้องให้กำลังใจคนที่ปฏิบัติหน้าที่นำข้อผิดพลาดและบทเรียนมาวิเคราะห์เพื่อหาทางแก้ไขเพื่อให้พรรคแข็งแรงขึ้น เวลานี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งเทคโนโลยี รสนิยม ความคิดเห็นของสังคม ดังนั้นต้องน้อมรับฟังทั้งปัจจัยภายนอกภายใน และนำมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมยืนยันว่าภายในพรรคไม่มีการโทษกันไปมา

สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำงานยากขึ้นหรือไม่ หลังมีรอยร้าวเกิดขึ้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ผู้ใหญ่ของพรรคได้มีการประชุมกันและ ยืนยันเดินหน้าทำงานกันต่อ โดยย้ำว่าหลังจากนี้คงไม่มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารของพรรคเพื่อไทยเพราะทุกคนคิดในเชิงบวกไม่ต้องการให้พรรคแตกหรือพรรคเสียหาย ส่วนเรื่องงูเห่าของพรรคเพื่อไทยที่ร่วมประชุมและลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค รวมทั้งกรรมการด้านจริยธรรมกำลังพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ยืนยันว่า ที่เกิดเหตุซ้ำซากหัวหน้าพรรคไม่ได้เพิกเฉย แต่มอบหมายให้คณะกรรมการกำลังพิจารณาอยู่

ส่วนผลของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรคเพื่อไทยก็จะดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยยื่นดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.

ขณะที่กรณี ส.ส.เสนอญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าถ้าจะรับฟังความเห็นของนักศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องคือหัวหน้ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีที่ต้องรับฟังโดยตรง จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้เวทีของสภาฯ แต่หากเกิดปัญหาสภาก็จะเป็นผู้บรรเทาหรือระงับปัญหา แต่เวลานี้นายกรัฐมนตรีควรรับฟังเยาวชนก่อน

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19ว่า ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงโดยตรงอย่างจีนก็ต้องกักตัวโดยบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากประเทศพื้นที่เสี่ยง ก็กักตัวเอง 14 วัน แต่ในไทยก็ยังมีมาตรการไม่ชัดเจน วันนี้สังคมต้องตระหนักแต่อย่าตระหนก การระบาดค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นใครที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แม้ยังไม่มีไข้ แต่ก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการกักตัวเองอยู่คนเดียวอย่างน้อย 14 วัน ส่วนแรงงานไทยจำนวนมากที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ รัฐบาลก็ต้องมีมาตรการรองรับคล้ายกับกรณีที่คนไทยเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และอยากให้รัฐบาลประกาศมาตรการที่ชัดเจน

กลับขึ้นด้านบน