รพ.วชิระภูเก็ต ยืนยันแยกคัดกรองคนเข้าข่ายเฝ้าระวัง COVID-19

รพ.วชิระภูเก็ต ยืนยันแยกคัดกรองคนเข้าข่ายเฝ้าระวัง COVID-19

รพ.วชิระภูเก็ต ยืนยันแยกคัดกรองคนเข้าข่ายเฝ้าระวัง COVID-19

รูปข่าว : รพ.วชิระภูเก็ต ยืนยันแยกคัดกรองคนเข้าข่ายเฝ้าระวัง COVID-19

ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต ยืนยันแยกอาคารตรวจผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค COVID-19 และบุคลากรทางการแพทย์มีอุปกรณ์ป้องกันเพียงพอ หลังแพทย์แจ้งความปล่อยปะปนผู้ป่วยทั่วไป

วันนี้ (3 มี.ค.2563) นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และ นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต กระทรวงสาธารณสุข แถลงชี้แจงกรณีแพทย์แจ้งความผู้อำนวยการโรงพยาบาล และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล จ.ภูเก็ต ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในประเด็นป้องกัน COVID-19

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จ.ภูเก็ต ได้มุ่งเน้นเฝ้าระวังและคัดกรอง ส่วนโรงพยาบาลจะดูแลรักษา ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีผู้ป่วย COVID-19 ใน จ.ภูเก็ต ส่วนผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ได้ดำเนินการตามมาตรฐานการเฝ้าระวังและคัดกรองโรค ทั้งที่ท่าเรือและสนามบิน หากพบมีอาการเข้าข่าย หรือเดินทางไปยังประเทศเสี่ยงแพร่ระบาดจะถูกแยกกักในทุกกรณี ที่ รพ.วชิระภูเก็ต รวมทั้งมีทีมเจ้าหน้าที่ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดเพื่อดำเนินการคัดกรอง

รพ.วชิระภูเก็ต พร้อมรับผู้ป่วย COVID-19

ขณะที่ ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า กรณีแพทย์แจ้งความตน และรอง ผอ.วชิระภูเก็ต ในข้อหาบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ไม่เต็มประสิทธิภาพ ยืนยันว่า สธ.ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งการบริหารจัดการตั้งแต่กระทรวงฯ จังหวัด จนถึง รพ. มีมาตรฐานบริหารจัดการแตกต่างกันไป ซึ่ง รพ.วชิระภูเก็ต ตั้งตนเป็นประธานกลุ่มภารกิจการด้านการรักษาในพื้นที่เขต 11 โดยทำเต็มที่แล้ว และเป็นต้นแบบทุก รพ.ในเขต 11 ในการป้องกันควบคุม COVID-19

ส่วนประเด็นการแจ้งความนั้น เข้าใจว่าแพทย์ทั้ง 2 คน หวังดีและต้องการให้แยกผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค และผู้ป่วย ออกจาก รพ.วชิระภูเก็ต พร้อมเสนอหาสถานที่ใหม่ คือ รพ.อบจ.ภูเก็ต และ รพ.ถลาง เพื่อให้แพทย์รักษาผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่ และลดความเสี่ยงสัมผัสโรค

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องหารือในประเด็นดังกล่าว และได้ข้อสรุปว่า ในภาวะเกิดโรคระบาด ต้องใช้โรงพยาบาลที่มีศักยภาพเต็มที่ ใช้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและอุปกรณ์ที่เหมาะสม จึงสรุปว่าเป็นภารกิจของ รพ.ศูนย์วชิระภูเก็ต เนื่องจากมีห้องแยกโรค 31 ห้อง จนอาจทำให้ผู้ร้องเกิดความไม่พอใจ เพราะต้องการให้ผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังทั้งหมดไปอยู่ที่ รพ.ถลาง

รพ.วชิระภูเก็ต มีความพร้อม มีห้องแยกโรค 31 ห้อง นอกจากนี้มี รพ.ถลาง รพ.ป่าตอง รวมทั้งหมด 45 ห้อง คนไข้ที่อาการหนักจะส่งมาที่นี่ โดยระยะแรกผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคส่วนใหญ่เป็นคนจีน แต่ขณะนี้มีคนไทยเพิ่มขึ้น

โต้อุปกรณ์ป้องกันไม่เพียงพอ

ส่วนประเด็นไม่มีอุปกรณ์ป้องกันให้เจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอนั้น ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต ยืนยันว่า ได้รับการสนุบสนุนอุปกรณ์จาก สธ. มีการสวมชุดป้องกันอย่างเต็มที่ แพทย์ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้เข้าข่ายฯ ต้องสวมหน้ากากอนามัย N95 เพื่อเก็บเสมหะส่งตรวจ ส่วนผู้ทำหน้าที่ซักประวัติจะใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (surgical mask)

เกาะติดสถานการณ์ไวรัส COVID-19 : https://news.thaipbs.or.th/focus/Coronavirus2019

แยกตึกผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ไม่ปะปนผู้ป่วยอื่น

นอกจากนี้ แพทย์ได้ร้องเรียนประเด็นนำผู้เข้าข่ายสงสัยมานอนรวมในห้องอายุรกรรม โดยชี้แจงว่าเคยมีเคสผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเป็นชาวจีน แต่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ต้องใช้เครื่องช่วยหัวใจ จึงเข้ารักษาในไอซียู ตึกอายุรกรรม และสุดท้ายผลตรวจเป็นลบ ไม่ติดเชื้อ COVID-19 พร้อมยืนยันว่าผู้เข้าข่ายฯ ทั้งหมดจะถูกแยกไปในอาคารรัตนโกสินทร์ 200 ปี จำนวน 19 ห้อง ส่วนประเด็นที่นำผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย COVID-19 ไปนอนตามอาคารต่าง ๆ หรือไม่เตรียมสถานที่รับผู้ป่วยฉุกเฉินแยกกับผู้ที่เข้าข่ายสงสัยฯ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะเคสเข้าข่ายเฝ้าระวังฯ ที่ถูกส่งมาจาก รพ.เอกชน จะจอดรถบริเวณข้างตึกเฉพาะและเข็นรถเข้าตึกโดยตรง ส่วนผู้ป่วยคนไทยที่ป่วยระบบทางเดินหายใจ จะแยกอาการหวัดธรรมดา กับอาการสงสัยป่วย COVID-19 บริเวณเต็นท์หน้า รพ. ซึ่งรายที่เข้าข่ายจะเก็บเชื้อในห้องความดันลบ และมีรถรับคนไข้ไปส่งที่ตึก 200 ปี โดยไม่ได้สัมผัสกับผู้ป่วย หรือญาติผู้ป่วยคนอื่น ๆ

การให้ผู้ป่วยมานอนปะปนร่วมกัน ยืนยันว่าไม่มีใน รพ.วชิระภูเก็ต ขณะนี้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว

กักตัว-ตรวจแพทย์เสี่ยงสัมผัสโรค

ส่วนประเด็นไม่มีการตรวจเจ้าหน้าที่่ที่ปฏิบัติงานว่าติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่ ชี้แจงว่าบุคคลกรที่กลับมาจากต่างประเทศจะต้องกักตัวที่บ้าน 14 วัน ส่วนผู้ที่มีอาการไข้หลังสัมผัสผู้ป่วย จะต้องนำเสมหะจากโพรงจมูกและคอตรวจหาเชื้อทุกคน ยืนยันใช้มาตรการป้องกันอย่างสูงสุด

ทั้งนี้ หากไทยเข้าสู่ระยะที่ 3 และมีผู้เข้าข่ายเฝ้าระวัง หรือมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น รพ.วชิระภูเก็ตมีหอผู้ป่วยรองรับ 45 เตียง ไอซียูอายุรกรรม 10 เตียง และไอซียูของเด็ก 1 เตียง รวมทั้งมีการสำรวจพื้นที่ และเตรียมใช้อาคารหอผู้ป่วยใน รพ.ถลาง และศาลาประชาคมรองรับ 100 เตียง แต่ขณะนี้เป็นแผนรองรับ ยังไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ดังกล่าว

 

กลับขึ้นด้านบน