NBA แนะนักกีฬาเลี่ยง "แปะมือ-แจกลายเซ็น" ป้องกัน COVID-19

NBA แนะนักกีฬาเลี่ยง "แปะมือ-แจกลายเซ็น" ป้องกัน COVID-19

NBA แนะนักกีฬาเลี่ยง "แปะมือ-แจกลายเซ็น" ป้องกัน COVID-19

รูปข่าว : NBA แนะนักกีฬาเลี่ยง "แปะมือ-แจกลายเซ็น" ป้องกัน COVID-19

เอ็นบีเอประกาศให้นักกีฬาหลีกเลี่ยงแปะมือทักทายแฟนๆ และคนแปลกหน้าอย่างเคร่งครัด รวมถึงให้งดรับสิ่งของมาแจกลายเซ็น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19

วันนี้ (4 มี.ค.2563) เอ็นบีเอ ลีกบาสเกตบอลชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำแนะนำ 10 ข้อสำหรับนักกีฬาเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อรวมถึงศูนย์ควบคุมโรคและนักวิจัยโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์กต่อเจ้าหน้าที่ของทีมในด้านต่างๆ ทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน รวมถึงการแข่งขันกีฬาอาชีพชนิดอื่นๆ โดยเน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงการแปะมือ หรือ "High Fiving" กับแฟนๆ หรือคนแปลกหน้า รวมถึงหลีกเลี่ยงการรับสิ่งของมาแจกลายเซ็น ทั้งปากกา ลูกบอล และเสื้อจากแฟนๆ

Bobby Portis จากทีมบาสเกตบอลนิวยอร์ก เริ่มชนหมัดกับแฟนคลับแทนการแปะมือ หลังมีการออกคำแนะนำออกมา เช่นเดียวกันกับ CJ McCollum จากทีมพอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ก็ได้ทวีตข้อความว่า ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าได้ล้างมือด้วยสบู่เป็นเวลา 20 วินาทีขึ้นไป และปิดปากเมื่อคุณไอ และผมของงดแจกลายเซ็นอย่างเป็นทางการไปจนกว่าจะมีการแจ้งใหม่อีกครั้ง

 


McCollum ได้ทวีตหรือรีทวีตโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับไวรัส COVID-19 หลายครั้งตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์การระบาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในวงการกีฬาได้อย่างชัดเจน

ไวรัสโคโรนาเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้ง NBA และสมาคมนักกีฬาจะทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและทีมแพทย์ เพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำต่างๆ ที่ทันสมัยและควรปฏิบัติตามเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

สำหรับคำแนะนำอื่นๆ จากเอ็นบีเอนั้น ส่วนใหญ่เน้นด้านจิตสำนึกในการป้องกันตนเองไม่ให้เจ็บป่วย โดยให้หลีกเลี่ยงผู้ที่มีอาการป่วย อยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบาย ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์หรือพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยๆ รวมถึงแนะนำให้นักกีฬาทุกคนฉีดวัคซีนตามกำหนด โดยเฉพาะวัคซีคไข้หวัดใหญ่

ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในทั่วโลกสูงถึง 3,000 คนแล้ว และจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 90,000 คน ใน 70 ประเทศ ในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา ส่วนในสหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 คน ในรัฐวอชิงตัน 

 

กลับขึ้นด้านบน