ย้อนรอยคดี! ทำไม ผู้พิพากษา "คณากร" พยายามฆ่าตัว

ย้อนรอยคดี! ทำไม ผู้พิพากษา "คณากร" พยายามฆ่าตัว

ย้อนรอยคดี! ทำไม ผู้พิพากษา "คณากร" พยายามฆ่าตัว

รูปข่าว : ย้อนรอยคดี! ทำไม ผู้พิพากษา "คณากร" พยายามฆ่าตัว

กรณีนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้น ศาลจังหวัดยะลา ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองภายในศาลจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2562 เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมเกิดคำถามว่ากระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนใต้อาจถูกแทรกแซงหรือไม่

เขาแถลงการณ์หลังอ่านคำพิพากษาคดีอาญาว่าด้วยความผิดต่อชีวิต อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ลหุโทษ ซึ่งมีจำเลยในคดีนี้ 5 คน

จากแถลงการณ์แนบคำพิพากษาศาลชั้นต้นของนายคณากร ระบุว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 ตรวจร่างคำพิพากษาแล้วไม่เห็นด้วยกับร่างคำพิพากษาของนายคณากรและองค์คณะที่ให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน

นายคณากร เห็นว่า ตามกฎหมายแล้วอธิบดีต้องทำความเห็นแย้งติดสำนวนไว้ แต่เขาไม่ยอมทำเช่นนั้น กลับใช้อำนาจทำหนังสือลับสั่งให้นายคณากรแก้ไขคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้ง 5 คน โดยให้ประหารชีวิตจำเลย 3 คน และ จำเลยอีก 2 คนให้จำคุกตลอดชีวิต หากไม่ยอมทำตามสั่ง ให้นายคณากรทำหนังสือชี้แจง เพื่ออธิบดีจะดำเนินการต่อไป

นายคณากรจึงสงสัยและกลัวอย่างยิ่งว่า “จะดำเนินการต่อไป” ของอธิบดีคืออะไร เพราะอธิบดีสั่งแก้ไขคำพิพากษาโดยไม่มีอำนาจ แล้วอธิบดีจะใช้อำนาจใดมาลงโทษ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง https://news.thaipbs.or.th/content/289604

เหตุยิงบ้านตือโละดือลง จ.ยะลา ฟางเส้นสุดท้ายของผู้พิพากษา

คืนวันที่ 10 ต่อเนื่องวันที่ 11 มิถุนายน 2561 เกิดเหตุคนร้ายจ่อยิงชาวบ้าน 5 คน เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ในหมู่ 4 บ้านตือโละดือลง ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่า นายอิบรอเฮง มูเซะ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุมีอาชีพรับเลี้ยงไก่ชน และเพาะพันธุ์ไก่ชนขายก่อนเกิดเหตุ เขานั่งพูดคุยกับผู้เสียชีวิตอีก 4 คน จากนั้น คนร้ายสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้า มาจอดรถจักรยานยนต์ด้านหลังบ้าน เดินเข้ามายังกลุ่มของนายอิบรอเฮง พร้อมกับกราดยิงชาวบ้านทั้ง 5 คน แล้วหลบหนีไป

คำพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยทั้งห้าได้ เนื้อหาในคำพิพากษาศาลชั้นต้น สรุปได้ว่า พยานปากสำคัญที่ให้การซัดทอดว่าจำเลยทั้ง 5 คน เป็นผู้ลงมือยิง ไม่ได้ถูกจับระหว่างเกิดเหตุ แต่หลังจากเกิดเหตุหลายวันจึงถูกควบคุมตัวไปยังศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 และยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้ดูต้นทาง

 

การจับกุมพยานคนนี้เป็นคนแรกเป็นการปิดล้อมตรวจค้นที่ไม่มีข้อมูลอะไรมาสนับสนุนให้สงสัยว่า เขาเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ และระหว่างที่พยานคนนี้ถูกควบคุมตัวโดยกฎอัยการศึกเป็นระยะเวลานานหลายวัน เขาได้พาเจ้าหน้าที่ไปค้นบ้านหลังหนึ่งที่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ และพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ซึ่งต่อมาพยานยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารกับผู้ลงมือก่อเหตุ

แต่โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้กลับไม่ได้จดทะเบียนในชื่อของเขา ไม่พบ DNA ของเขาบนโทรศัพท์ และจุดที่พบก็เป็นเล้าไก่ห่างจากบ้านไป 15 เมตร ซึ่งไม่ใช่สถานที่ปิด บุคคลภายนอกสามารถเข้าออกได้

บ้านที่ถูกระบุว่าเป็นที่ประชุมวางแผนลงมือก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ไม่พบ DNA หรือรอยนิ้วมือแฝงของบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง

นายอับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จ.ยะลาซึ่งเป็นทนายให้กับจำเลยทั้งหมดในคดีนี้ ระบุว่า

เราก็ได้จับพิรุธพยานที่เบิกความ รวมไปถึงแรงจูงใจหรือคำมั่นอะไรที่พยานดังกล่าวอาจได้รับในช่วงถูกควบคุมตัว ในการซัดทอด ประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ เหตุที่จะควบคุมตัวคนซัดทอดนี้มาเป็นพยาน ก็ไม่ปรากฏว่าทำไมถึงไปควบคุมตัวชายคนนี้มา แล้วก็ไม่มีหลักฐานว่าทำไมต้องควบคุมตัวคนๆ นั้น แล้วก็เรื่องใช้โทรศัพท์ การติดต่อ การเห็นเหตุการณ์ ชายที่ถูกกักตัวเป็นพยานก็ไม่สามารถยืนยันถึงบุคคล (จำเลย) ทั้งห้าคนได้ รวมไปถึงตอนเบิกความพยาน ก็พบความลุกลี้ลุกรน ให้ความกลับไปกลับมา ไม่อยู่กับร่องกับรอยในหลายๆ ประเด็น

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว รายการเปิดปม ไทยพีบีเอส ได้สัมภาษณ์จำเลยคนหนึ่งในคดีซึ่งวางเงินจำนวน 5 แสนบาทประกันตัวเองออกมาระหว่างรอการอุทธรณ์ ปัจจุบันเขามีกำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตัวตลอดเวลา

ชายคนนี้ยืนยันว่าในคืนวันเกิดเหตุ ตนเองกำลังถือศีลรอมฎอนอยู่ที่มัสยิดประจำหมู่บ้าน โดยร่วมอ่านอัลกุรอ่านกับกรรมการประจำมัสยิดและชาวบ้านคนอื่นๆ ตั้งแต่ช่วงสามทุ่มจนถึงตีห้าของวันถัดไป นอกจากนี้มัสยิดก็ตั้งอยู่คนละหมู่บ้านที่เกิดเหตุยิงขึ้น

จนถึงทุกวันนี้เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกซัดทอดว่าเป็นผู้ก่อเหตุในคดีเหตุยิงบ้านตือโละดือลง

 

 

อาวุธปืนที่จำเลยที่ 2 กับ จำเลยที่ 5 พาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวนไปชี้จุด จนพบกับอาวุธที่ซ่อนไว้ ต่อมาพบว่าอาวุธปืนที่พบ ไม่ใช่อาวุธที่ใช้ก่อเหตุในคดีนี้ ไม่พบ DNA ของจำเลยทั้ง 5 บนอาวุธปืน จึงไม่อาจนำมารับฟังได้

ในถ้อยแถลงปิดคำพิพากษาของนายคณากร เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ระบุว่า

...คดีนี้ไม่ใช่คดีความมั่นคง ไม่ใช่คดีก่อการร้าย โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยทั้งห้าว่ากระทำความผิดฐานก่อการร้ายหรือความผิดต่อความมั่นคง แต่พยานหลักฐานทั้งหมดกลับเกิดจากหรือเกิดมีขึ้นในขณะที่จำเลยทั้งห้าถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ซักถามเป็นเวลานานในฐานะผู้ต้องสงสัย ตามกฎหมายพิเศษคือกฎอัยการศึก...

 

จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

กลับขึ้นด้านบน