"ธรรมนัส" ชี้แจงทีมงานไม่เกี่ยวตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น

"ธรรมนัส" ชี้แจงทีมงานไม่เกี่ยวตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น

"ธรรมนัส" ชี้แจงทีมงานไม่เกี่ยวตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น

รูปข่าว : "ธรรมนัส" ชี้แจงทีมงานไม่เกี่ยวตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น

"ธรรมนัส พรหมเผ่า" ชี้แจงคนสนิทไม่เกี่ยวตุนหน้ากากอนามัย แนะทีมงานที่ถูกแอบอ้างไปแจ้งความเอาผิด ด้าน "พิตตินันท์ รักเอียด" ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้อง เตรียมแจ้งความดำเนินคดีที่ จ.สุราษฎร์ธานี

วันนี้ (9 มี.ค.2563) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงสื่อมวลชนตามที่ปรากฏข่าวจากการเผยแพร่ของเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า คนสนิทผู้ติดตามข้าพเจ้าได้กักตุนหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เพจดังอ้างคนสนิทผู้ติดตาม รมต.ตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น

เพื่อขายต่อให้กับนายทุนจีนและผู้อื่นนั้น ขอเรียนชี้แจงดังนี้

(1) จากการตรวจสอบพบว่า ผู้กักตุนและขายหน้าหากอนามัยคือ นายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับข้าพเจ้า

(2) ส่วนนายพิตตินันท์ รักเอียด ซึ่งเป็นคณะทำงานของข้าพเจ้านั้น ได้ยืนยันกับข้าพเจ้าว่า ตนได้ไปพบกับนายศรสุวีร์ตามคำแนะนำของเพื่อนเพื่อพูดคุยเรื่องหน้ากากอนามัยจริง โดยได้ไปพบกันที่โรงแรมแมริออท (ประตูน้ำ) กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้มีการซื้อขายหน้ากากอนามัยกัน และไม่เคยรู้จักกันกับนายศรสุวีร์มาก่อน โดยเป็นการพบกันครั้งแรก

(3) เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้ขอให้นายพิตตินันท์ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ในความผิดฐานกักตุนหน้ากากอนามัยและขายสินค้าเกินราคา และในความผิดที่ถูกนายศรสุวีร์แอบอ้างนำข้อความไปโพสต์ดังกล่าวพร้อมกับให้นำหลักฐานการแจ้งความมาแถลงข่าวเพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบอีกทางแล้วโดยนายพิตตินันท์จะดำเนินการในวันนี้

(4) อนึ่ง นายพิตตินันท์ รักเอียด เคยเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 สุราษฎร์ธานี พรรคพลังประชารัฐ ได้ขอมาเป็นคณะทำงานของข้าพเจ้าจริง แต่หากพบว่านายพิตตินันท์ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของนายศรสุวีร์ดังกล่าว ข้าพเจ้าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือดำเนินคดีกับนายพิตตินันท์ทันที

ขณะที่ นายพิตตินันท์ รักเอียด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 สุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ระบุว่า ที่มีการพาดพิงนั้นไม่เป็นความจริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งนี้ ไม่ทราบว่ามีเบื้องหลังทางการเมืองหรือไม่ โดยในวันนี้จะเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี และจะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เวลาประมาณ 12.00 น.

 

กลับขึ้นด้านบน