ปิดศูนย์ฯ ทั่วประเทศ ให้แรงงานกักตัวตามภูมิลำเนา

ปิดศูนย์ฯ ทั่วประเทศ ให้แรงงานกักตัวตามภูมิลำเนา

ปิดศูนย์ฯ ทั่วประเทศ ให้แรงงานกักตัวตามภูมิลำเนา

รูปข่าว : ปิดศูนย์ฯ ทั่วประเทศ ให้แรงงานกักตัวตามภูมิลำเนา

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 แถลงยกเลิกกักตัวแรงงานไทยจากเกาหลีใต้ที่อาคารรับรองสัตหีบ พร้อมปิดศูนย์ฯ ทั่วประเทศ โดยให้กักตัว 14 วัน ตามภูมิลำเนาแทน ย้ำมีเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด ฝ่าฝืนออกนอกพื้นที่จะเอาผิดตามกฎหมาย

วันนี้ (11 มี.ค.2563) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ว่า มีมติให้ปิดศูนย์สัตหีบ และศูนย์ควบคุมในจังหวัดต่าง ๆ พร้อมกำชับให้กระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจทางปกครองจัดส่งตัวบุคคลที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังกลับภูมิลำเนา และประสานกระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าพนักงานเข้าติดตามการกักตัว และให้บังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ตรวจการเข้า-ออกเมืองอย่างเข้มข้น

สำหรับแรงงานจากเกาหลีใต้ที่เข้ามากักตัว 14 วันในอาคารรับรองสัตหีบ จะกระจายไปกักตัวตามภูมิลำเนาแทน โดยมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดำเนินมาตรการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้การเฝ้าดูอาการมีประสิทธิภาพ หากแรงงานกลุ่มดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามและออกนอกพื้นที่ จะถูกลงโทษตามกฎหมาย

หลายพื้นที่ยังไม่มีความพร้อมเพียงพอและประชาชนบางส่วนต่อต้าน อีกทั้งหากมีการรวมตัวจำนวนมากในสถานที่ใดที่หนึ่งอาจติดต่อโรคได้ง่าย เหมือนการแพร่ระบาดในเรือสำราญไดมอนด์ ปริ้นเซส

ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันมาตรการกักตัวในบ้าน จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำคนในครอบครัว และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากการแต่งตั้ง เข้าร่วมตรวจสุขภาพ ตลอด 14 วัน พร้อมประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่และทหารร่วมดูแล รวมทั้งส่งข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น

ขณะที่นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยว่า มาตรการที่ออกมาเป็นการคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง 3 ขั้นตอน ตั้งแต่ที่สถานทูต การคัดกรองของระบบสายการบิน และการคัดกรองในประเทศ โดยจะดำเนินมาตรการดังกล่าวไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน