“วรวัจน์” จี้รัฐบาลเร่งกักตัวกลุ่มเสี่ยง ชี้ปิดสถานบริการไม่เป็นผล

“วรวัจน์” จี้รัฐบาลเร่งกักตัวกลุ่มเสี่ยง ชี้ปิดสถานบริการไม่เป็นผล

“วรวัจน์” จี้รัฐบาลเร่งกักตัวกลุ่มเสี่ยง ชี้ปิดสถานบริการไม่เป็นผล

รูปข่าว : “วรวัจน์” จี้รัฐบาลเร่งกักตัวกลุ่มเสี่ยง ชี้ปิดสถานบริการไม่เป็นผล

โดยเสนอให้รัฐบาลปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 และ 2564 เพราะเชื่อว่ารัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า เพราะการปิดสถานบริการที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ. พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาและกักตัวกลุ่มเสี่ยงซึ่งใช้งบเพียง ก่อนไทยจะล่มสลายทางเศรษฐกิจ

วันนี้ ( 18 มี.ค. 2563) นายวรวัจน์ เอื้อภิญญากุล อดีต ส.ส.จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2563 เรียกร้องให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่งตัดสินใจแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องโดยด่วน

 

โดยเฉพาะการคัดกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกจากการพบปะผู้คนในสังคมให้กักตัวอยู่ที่บ้าน โดยรัฐบาลต้องมีมาตรการดูแลคนกลุ่มนี้ที่ไม่มีรายได้ใช้งบฯดูแล เช่น หากมีกลุ่มเสี่ยง 50,000 คนใช้งบฯคนละ 100,000 บาทใช้งบฯราว 50,000 ล้านบาท


นายวรวัจน์เชื่อว่าการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลในในงบฯปี 2563 และ 2564 ภาคธุรกิจไม่มีทางที่จะมีรายได้ไปชำระภาษีที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ซึ่งอาจขาดเป้าไปหลายแสนล้านบาท จากที่ตั้งเป้าไว้ 2.7 ล้านล้านบาท พร้อมชี้ว่าการปิดสถานบริการไม่ได้ผล เพราะรัฐบาลไม่ได้แยกกลุ่มเสี่ยงออกจากสังคม ที่ยังมีความสุมเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

และเห็นว่ารัฐบาลควรนำเม็ดเงินในกลุ่มงบฯประกันสังคมที่มีมากกว่า 2 ล้านล้านบาทต้องนำออกมาใช้ โดยเปิดให้ท้องถิ่นฯมีอำนาจการบริหารจัดการตัดสินใจใช้เงินได้เอง ก่อนที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจไทยจะล่มสลาย นั่นเพราะงบประมาณปีนี้ผ่านมา 6 เดือน แต่ยังไม่ได้ถูกใช้  และเสนอแนะให้รัฐบาลต้องปรับแผนงบปะมาณปี 2563 - 2564 โดยเร่งด่วน และยังเห็นว่ามาตการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสไม่จำเป็นต้องถึงขั้นการปิดประเทศ

กลับขึ้นด้านบน