เดลิเวอรี แบบไหนปลอดภัยห่าง COVID-19

เดลิเวอรี แบบไหนปลอดภัยห่าง COVID-19

เดลิเวอรี แบบไหนปลอดภัยห่าง COVID-19

รูปข่าว : เดลิเวอรี แบบไหนปลอดภัยห่าง COVID-19

กรมอนามัย ออกแนวทางการปฏิบัติด้านสุขอนามัย สำหรับการจัดบริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) แนะกฎ 8 ข้อสำหรับส่งเดลิเวอรีปลอดภัย

วันนี้ (23 มี.ค.2563) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย แนะแนวทางการปฏิบัติด้านสุขอนา มัย สำหรับการจัดบริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยระบุว่าควรเลือกร้านอาหารที่มีใบอนุญาตหนังสือ รับรองการแจ้งจากท้องถิ่น อาหารปรุงสำเร็จ ปรุงสุกใหม่ แยกเป็นสัดส่วนบรรจุในภาชนะที่เหมาะสม อาหารมีการปกปิดมิดชิด จัดทำข้อมูลการผลิต เช่น สถานที่ผลิต วันเดือนปีและเวลาผลิต อุณหภูมิ ระยะเวลาในการเก็บอาหาร คำแนะนำในการบริโภค ในภาชนะควรปิดสนิท และมีเครื่องหมาย อย. ส่วนกล่องบรรจุอาหาร ท้ายยานพาหนะที่ใช้ขนส่งอาหาร ควรทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวด้วยแอลกอฮอล์ 70% ก่อนและหลังการปฏิบัติงาน

สำหรับสุขลักษณะของผู้ขนส่งอาหาร และการขนส่งอาหาร หากมีอาการคล้าย โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ จาม น้ำมูก ให้หยุดปฏิบัติงานและไปพบแพทย์ สวมหน้ากากอนามัยผ้า หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ระหว่างปฏิบัติงานขนส่งอาหารและให้สวมใส่ถุงมือ ในขณะสัมผัสอาหารก่อนและหลัง ล้างมือด้วยน้ำสะอาด และสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ บนฝ่ามือสม่ำเสมอ  ระหว่างปฏิบัติงาน ผู้ขนส่งอาหาร จัดส่งอาหาร เว้นระยะจากผู้รับอาหารอย่างน้อย 1 เมตร หรือ หรือจัดวางในบริเวณที่ผู้รับกำหนด ผู้บริโภคควรตรวจสอบคุณภาพอาหารที่ได้รับจาก คนขนส่งอาหาร

อาหารที่ปรุงสุกเป็นแต่ละครั้งก่อนจะส่งต่อจะดีที่สุด และไม่แนะนำอาหารสุกๆ ดิบเพราะขึ้นกับระยะทางการส่ง ควรเลี่ยงที่ทำเป็นเดลิเวอรี  

สำหรับกฎ 8 ข้อสำหรับส่งอาหารเดลิเวอรีปลอดภัยมีดังนี้

  • รักษาความสะอาดของร่างกาย
  • สวมหน้ากากทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
  • พกเจลแอลกอฮอล์
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์เก็บอาหารอยู่เสมอ
  • แยกเก็บอาหารเป็นสัดส่วน
  • ไม่เปิดอาหารก่อนส่งถึงลูกค้า
  • ส่งอาหารทันที เพื่อความสดใหม่
  • ผู้ส่งและผู้รับควรมีระยะห่างกัน

นอกจากนี้ให้ระวังจุดเสี่ยงที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อโรค ทั้งจากผู้ให้บริการ อุปกรณ์บรรจุอาหาร ถุงมือ เงิน โดยเลือกใช้ระบบเงินออนไลน์ทั้งลูกค้าและผู้ใหบริการ

ร้านอาหารให้บริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ (delivery)

  • อาหารปรุงสำเร็จ ต้องปรุงสุกใหม่ สำหรับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ปรุงให้สุกด้วยความร้อนไม่น้อยกว่า 70 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงการจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก
  • หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุดปฏิบัติงานและไปพบแพทย์ทันที
  • จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่สำหรับล้างมือ หรือจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ
  • จัดสถานที่ให้เพียงพอกับจำนวนคนขนส่งอาหารที่เข้ามาใช้บริการโดยจัดระยะห่าง 1 เมตร และมีการระบายอากาศที่เหมาะสม
  • จัดหาภาชนะบรรจุอาหารที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท แข็งแรง ปกปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนในระหว่างการขนส่ง ไม่ใช้โฟมในการบรรจุอาหาร
  • อาหารปรุงสำเร็จ มีการติดฉลากที่ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน เช่น ชื่อร้านอาหาร วัน/เดือน/ปี เวลาที่ผลิต ระยะเวลา และอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาอาหาร เป็นต้น กรณีจัดส่งอาหารเสี่ยง เช่น อาหารที่ใช้มือสัมผัสมาก (ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ฯลฯ) อาหารที่มีส่วนประกอบของ กะทิ นม ควรแนะนำให้ผู้บริโภคนำไปอุ่นร้อนก่อนรับประทาน

คนขนส่งอาหารเดลิเวอรี่ (delivery)

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาหารตั้งแต่กระบวนการสั่งซื้ออาหาร การรับอาหารจากร้านอาหาร และขนส่งอาหารไปสู่ผู้บริโภค

  • สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตนเอง และไอ จามปนเปื้อนอาหาร และลดความเสี่ยงการได้รับเชื้อโรคระหว่างให้บริการ
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอร์ ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานขนส่งอาหาร ก่อนเข้าร้านอาหาร หลังการส่งอาหารให้ผู้บริโภค หลังเข้าส้วม หลังจับสิ่งสกปรก และจับเงิน
  • หากมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุดปฏิบัติงานและไป พบแพทย์ทันที
  • จัดหากล่องบรรจุอาหารท้ายยานพาหนะสำหรับขนส่งอาหาร ที่มีโครงสร้างที่แข็งแรง ปกปิดมิดชิดในลักษณะที่ช่วยป้องกันการปนเปื้อน และใช้กล่องบุฉนวนเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม ต้องทำความสะอาดด้วยน้ำและน้ำยาทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคด้วย Alcohol 70 % โดยสเปรย์หรือหยด Alcohol 70 % ลงบนผ้าสะอาดพอหมาดๆ เช็ดไปในทิศทางเดียวกัน เป็นประจำทุกวัน
  • ตรวจสอบคุณภาพอาหารทันทีหลังได้รับจากร้านอาหาร เช่น ความสะอาด สภาพอาหารและไม่มีกลิ่นเน่าเสีย บรรจุอยู่ในภาชนะที่มีสภาพดี ไม่ชำรุด การปกปิดอาหาร ฉลากอาหาร เป็นต้น
  •  การส่งอาหารต้องแยกเก็บอาหารเป็นสัดส่วน ระหว่างอาหารปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่ม และจัดส่งถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สุด
  • ไม่ควรเปิดกล่องบรรจุอาหารท้ายยานพาหนะ จนกว่าจะพบผู้สั่งซื้ออาหาร โดยก่อนเปิดกล่องใส่อาหารทุกครั้งควรทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ จัดส่งอาหารให้ผู้สั่งซื้อโดยตรงหรือจุดที่ผู้สั่งซื้อกำหนดเพื่อลดความเสี่ยงการได้รับเชื้อโรคระหว่างให้บริการผู้สั่งซื้อ ในการส่งอาหารคนขนส่งอาหารควรอยู่ห่างผู้รับอาหารอย่างน้อย 1 เมตร หรือในกรณีที่ไม่ได้ส่งอาหารให้กับผู้สั่งอาหารได้โดยตรง สถานที่หรือบริเวณที่จะส่งอาหารต้องไม่ทำให้อาหารเกิดการปนเปื้อน เช่น ไม่ส่งอาหารบริเวณใกล้ถังขยะ เป็นต้น และภายหลังส่งอาหารและหลังการจับเงินให้ทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
  • ถอดถุงมือผ้าในระหว่างการหยิบจับอาหาร เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนของฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่สะสมในถุงมือผ้า กรณีใส่ถุงมือผ้าในระหว่างการใช้ยานพาหนะขนส่งให้ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ก่อนการสวมใส่ทุกครั้ง และเปลี่ยนถุงมือทุก 4 ชั่วโมง ทำความสะอาดถุงมือด้วยน้ำยาทําความสะอาดทุกวัน

ผู้สั่งซื้ออาหาร-ผู้บริโภค

  • ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ หลังการรับอาหารจากคนขนส่งอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร
  • สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยหากมีอาการป่วย ในระหว่างการรับอาหารจากคนขนส่งอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการสั่งซื้ออาหารกลุ่มเสี่ยง เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือเครื่องในสัตว์ที่ปรุงไม่สุก อาหารที่เน่าเสียง่าย อาหารที่ปรุงด้วยนม กะทิ เป็นต้น กรณีอาหารเสี่ยง เช่น อาหารที่ใช้มือสัมผัสมาก ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ฯลฯ อาหารที่มีส่วนประกอบของ กะทิ นม ควรนำไปอุ่นร้อนก่อนรับประทาน
  • ตรวจสอบคุณภาพอาหาร เช่น ความสะอาด สภาพอาหารและไม่มีกลิ่นเน่าเสีย ความเหมาะสมของภาชนะบรรจุ การปกปิดอาหาร เป็นต้น เมื่อได้รับอาหารจากคนขนส่งอาหาร

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน