เปิดประชุมสภาฯ 22 พ.ค. เตรียมแนวทางการประชุมไว้แล้ว

เปิดประชุมสภาฯ 22 พ.ค. เตรียมแนวทางการประชุมไว้แล้ว

เปิดประชุมสภาฯ 22 พ.ค. เตรียมแนวทางการประชุมไว้แล้ว

รูปข่าว : เปิดประชุมสภาฯ 22 พ.ค. เตรียมแนวทางการประชุมไว้แล้ว

สภาผู้แทนราษฎรเตรียม 3 แนวทางรับมือการเปิดประชุม ส.ส. เดือนพ.ค. นี้ โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งขยายเวลาการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญ หลังไวรัสโควิด-19 ระบาด

วันนี้ (25 มี.ค.2563) นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญประจำปีปีที่ 2 สมัยที่ 1 ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ว่า ตามรัฐธรรมนูญไม่มีบทบัญญัติให้เลื่อนการเปิดสมัยประชุม แต่สามารถขยายเวลาการประชุมหรือร่นเวลาการประชุมให้สั้นลงได้

ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญยังกำหนดว่า ต้องมีการประชุมภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่เปิดสมัยประชุม แต่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจสั่งงดการประชุมได้ หากมีเห็นสมควรพร้อมทั้งกำหนดวันประชุมขึ้นมาใหม่

จากสถานการณ์ที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ศึกษาหาวิธีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.สามารถประชุมได้โดยไม่ต้องมารวมกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

เบื้องต้นมี 3 แนวทาง คือ 1.ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือในการประชุม 2.ใช้ห้องประชุมพระสุริยัน เป็นห้องประชุม เนื่องจากมีขนาดใหญ่เพื่อให้ ส.ส. ได้นั่งประชุมโดยเว้นระยะห่างจากกัน และ 3.ให้ ส.ส. แบ่งกลุ่มเพื่อนั่งประชุมในห้องทำงานของพรรคการเมืองแต่ละพรรค ซึ่งกระจายอยู่บริเวณโดยรอบอาคาร โดยประชุมผ่านทางกล้องวงจรปิด

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มนโยบายให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน ตั้งแต่วันนี้ (24 มี.ค.) จนถึงวันที่ 24 เม.ย.นี้ หากสถานการณ์ในขณะนั้นยังเป็นที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็จะขยายเวลาการทำงานที่บ้านเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ข้าราชการสลับกลุ่มในการทำงานโดยทำงาน 1 สัปดาห์ พัก 2 สัปดาห์ เพื่อลดความแออัดและเฝ้าระวังโรค

ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องทำหน้าที่ศึกษาในเรื่องต่างๆ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดนั้น เดิมหากจะขยายระยะเวลาต้องเป็นมติจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร  แต่เนื่องจากขณะนี้ปิดสมัยประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้ใช้อำนาจในการสั่งให้ขยายระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญออกไปก่อน

 

นพ.สุกิจกล่าวต่อว่า กรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 สั่งจำคุกนายบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.เพื่อไทย เขต 10 ขอนแก่น พร้อมพวก 13 คน ฐานความผิด ม.157 กรณีแต่งตั้งผอ.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายนนั้น ถือว่ายังไม่พ้นสภาพการเป็น ส.ส. เนื่องจากคดียังไม่สิ้นสุดและผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์

กลับขึ้นด้านบน