เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูงใกล้ชิดนิสิต ม.นเรศวร ป่วย COVID-19

เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูงใกล้ชิดนิสิต ม.นเรศวร ป่วย COVID-19

เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูงใกล้ชิดนิสิต ม.นเรศวร ป่วย COVID-19

รูปข่าว : เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูงใกล้ชิดนิสิต ม.นเรศวร ป่วย COVID-19

ผู้ว่าฯ พิษณุโลก สั่งนายอำเภอและ ม.นเรศวร ร่วมตรวจสอบหลังพบนิสิตป่วย COVID-19 แนะนิสิตร่วมห้องสอบ 250 คนสังเกตอาการตัวเอง พร้อมกักตัวและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูงสัมผัสใกล้ชิด

วันนี้ (26 มี.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก มีหนังสือถึงนายอำเภอเมืองพิษณุโลก เข้าตรวจสอบหลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งเป็นคนที่ 2 ของจังหวัด และเป็นนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้ป่วย COVID-19 คนแรก จากการขยายผลสอบสวนโรคพบว่า นิสิตคนดังกล่าวได้เข้าสอบในพื้นที่มหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2563 ร่วมกับผู้เข้าสอบสาขานิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 จำนวน 140 คน รวมทั้งยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยได้ไปออกกำลังกายในสถานฟิสเนส ร่วมกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 คนแรก ซึ่งเป็นเทรนเนอร์และมารดาของนิสิตคนดังกล่าว

ดังนั้น จึงเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด จึงให้นายอำเภอตรวจสอบ หากพบมีผลกระทบต่อสาธารณชนเป็นวงกว้างให้ดำเนินการ ประสานหน่วยเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พร้อมประสานกับอธิการบดีและคณบดีของมหาวิทยาลัย เพื่อบูรณาการควบคุมโรค

 

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ พิษณุโลก ยังมีหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยขอให้ส่งบัญชีรายชื่อนิสิตที่เข้าสอบทั้งหมด และเจ้าหน้าที่ที่ไปออกกำลังกายที่ฟิสเนส เพื่อแจ้งให้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน และให้ทำหนังสือแจ้งนักศึกษาและผู้เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคล พร้อมขอให้ควบคุมการแพร่ระบาดในมหาวิทยาลัยโดยด่วน

ม.นเรศวร แจ้งปิดทำการชั่วคราว

ขณะที่ ม.นเรศวร ออกประกาศปิดชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.- 12 เม.ย.2563 โดยขอให้บุคคลากรทำงานที่บ้านพัก และต้องขออนุญาตทุกครั้งก่อนเข้าพื้นที่ทำงานภายในมหาวิทยาลัย งดหรือเลื่อนการประชุมและกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งยังแนะนำให้เลี่ยงการรวมตัว เช่น ห้าง, งานคอนเสิร์ต, สถานบันเทิง,ตลาด เป็นต้น

ชี้แจงนิสิตติด COVID-เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า นิสิตคนดังกล่าวขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เริ่มมีอาการป่วย เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2563 และได้เดินทางไปสอบที่อาคารปราบไตรจักร 1 ชั้น 3 เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2563 ซึ่งช่วงนั้นมหาวิทยาลัยมีมาตรการให้ผู้เข้าสอบวัดไข้ก่อนเข้าห้องสอบ, สวมหน้ากากอนามัย, ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ โดยมีจำนวนนิสิตเข้าสอบ 250 คน มีผู้คุมสอบ 10 คน แบ่งเป็น 2 ห้องสอบ มีที่นั่งเว้นระยะห่างกัน 1 เมตร และตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.2563 คณะนิติศาสตร์ได้เปลี่ยนเป็นการสอบออนไลน์แล้วทั้งหมด

ผู้ป่วยยังให้ข้อมูลว่า วันที่ 20 มี.ค.2563 ได้สอบเทคโฮมกับเพื่อนที่หอพักเอกชนนอกมหาวิทยาลัย ต่อมาวันที่ 22 มี.ค.2563 เข้ารับการตรวจที่แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ด้วยอาการไข้ ระคายคอ และมีน้ำมูก ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงได้ชี้แจงข้อเท็จจริงใน 4 ประเด็น ดังนี้

1. กลุ่มผู้เข้าสอบ 250 คน และผู้คุมสอบ 10 คน อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ให้เฝ้าระวังตัวเอง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในแหล่งชุมชน พร้อมสังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการให้รีบไปพบแพทย์

2. กลุ่มเพื่อนที่ร่วมสอบเทคโฮม จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่สอบสวนโรคได้กักตัวและเฝ้าระวังแล้ว

3. บุคลากรแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ให้บริการผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลทราบชื่อทั้งหมดแล้ว จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง โดยให้หยุดปฏิบัติงานและเฝ้าระวัง 14 วันแล้ว

4. มหาวิทยาลัยได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่ทร่เกี่ยวข้อง ทั้งหอพักเอกชน, ร้านอาหาร และอาคารสอบเรียบร้อยแล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนแรก! "พิษณุโลก" พบติดเชื้อคนแรกเที่ยวสถานบันเทิง

ไขคำตอบ! จุดพลิกไทยป่วยเพิ่มคาด เม.ย. แตะ 3 พันคน

หมอชี้ “COVID-19” อาจติดผ่าน “ดวงตา” ได้หากถูกจาม-ไอใส่หน้า

 

กลับขึ้นด้านบน