วอนรัฐบาลช่วย 200 นร.เอเอฟเอส กลับจากสหรัฐฯ

วอนรัฐบาลช่วย 200 นร.เอเอฟเอส กลับจากสหรัฐฯ

วอนรัฐบาลช่วย 200 นร.เอเอฟเอส กลับจากสหรัฐฯ

รูปข่าว : วอนรัฐบาลช่วย 200 นร.เอเอฟเอส กลับจากสหรัฐฯ

ผู้ปกครองเด็กนักเรียนไทยในสหรัฐฯ วอนรัฐบาล ช่วยเด็กนักเรียนไทย 200 คนกลับบ้าน หลังสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 พุ่งเป็นอันดับ 1 ของโลก พรุ่งนี้ (30 มี.ค.) เตรียมยื่นจดหมายถึง นายกฯ - รมว.ต่างประเทศ ขอความช่วยเหลือ

วันนี้ (29 มี.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยเช้าวันนี้ มีผู้ติดเชื้อกว่า 124,000 คน ทำให้กลุ่มผู้ปกครองนักเรียนไทยโครงการแลกเปลี่ยน AFS เตรียมเดินทางไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายดอน ปรมัติวินัย รมว.ต่างประเทศ ในวันที่ 30 มี.ค. เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดหาเที่ยวบินพิเศษ รับตัวนักเรียนไทยในสหรัฐฯ ประมาณ 200 คน กลับประเทศไทย

ซึ่งเด็กส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 14-16 ปี เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่เดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-สหรัฐฯ รุ่นที่ 58 (ระยะเวลาศึกษา สิงหาคม 2562 -มิถุนายน 2563)

 

คนติดเชื้อเพิ่ม-ใส่หน้ากากก็ถูกมองประหลาด

ไทยพีบีเอสได้สอบถามผู้ปกครองหลายคน ซึ่งสะท้อนมุมมองต่างๆ ในช่วงที่ลูกยังต้องใช้ชีวิตอยู่สหรัฐฯ โดยรวบรวมจากที่ลูกๆ เล่าให้พ่อแม่ฟัง ดังนี้
- ลูกเล่าว่า การกินอยู่เริ่มลำบากมากขึ้น เพราะผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวน ทำให้ผู้อุปภัมภ์ที่นั่น แนะนำให้เด็กอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย

เมื่อจำเป็นต้องออกไปนอกบ้าน ประชาชนในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ในละแวกที่ลูกอาศัยอยู่ ไม่สวมหน้ากากอนามัย เมื่อลูกออกไปแล้วใส่หน้ากาก จะโดนมองและทำให้รู้สึกว่าตัวเองทำตัวแปลกประหลาด เพราะคนอื่นเขาไม่ใส่กัน

- ลูกอยากกลับ แต่โดยขั้นตอนที่ยังไม่ชัดเจน จึงไม่แน่ใจว่าจะได้กลับเมื่อใด
- ลูกบอกว่าหวาดกลัวมาก เพราะเพิ่งเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก และไม่เคยเจอสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคระบาดที่รุนแรงไปทั่วโลกแบบนี้

- การออกนอกบ้าน ไปขอใบรับรองแพทย์ (fit to fly) เพื่อกลับไทย อยู่ห่างจากบ้านกับคลีนิก-โรงพยาบาล มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเมื่อต้องอยู่นอกบ้านหรือไปโรงพยาบาล

หัวอกพ่อแม่ ห่วงลูกข้ามทวีป

ในมุมของผู้ปกครองซึ่งอยู่ในประเทศไทย ทำและสื่อสารกับลูกได้เพียงการส่งของจำเป็นไปให้และสื่อสารกับลูกและครอบครัวอุปถัมภ์ (โฮส) เพื่อรับรู้สถานการณ์ในระดับท้องถิ่นที่ลูกอาศัยอยู่ จากการรวบรวมคำบอกเล่าของผู้ปกครอง มีดังนี้

- ได้ส่งหน้ากากและเจลล้างมือไปให้ลูกใช้
- ใบรับรองแพทย์, หนังสือรับรองจากสถานทูต ทาง AFS ช่วยดำเนินการให้
- กังวลเกี่ยวกับการวางแผนเส้นทางการบิน ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง เพราะหลายประเทศ มีหลายสายการบินหยุดบิน รวมถึงของประเทศไทย ที่จะบินเข้าไทยก็หยุดบินเช่นกัน
- ทาง AFS เคยให้ข้อมูลว่า จะนำเด็กทางโซนยุโรปกลับออกจากก่อน ส่วนทางเอเชียอาจเป็นราวๆ ต้นเดือนเมษายน2563 แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนชัดๆ

- ผู้ปกครองพยายามพูดคุยสอบถามข้อมูลกับโฮสที่เป็นผู้อุปถัมภ์ เกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติมของข้อมูลสื่อท้องถิ่น และข้อมูลต่างๆ เท่าที่ทำได้

 

ขอใบรับรองแพทย์เพื่อเดินทางกลับยาก

- ใบรับรองแพทย์ที่ไทยกำหนดให้ผู้เดินทางกลับไทย ต้องมีใบรับรองแพทย์ ทำให้ลูกต้องไปหาใบรับรองแพทย์
- ผู้อุปถัมภ์หลายครอบครัว ที่สหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือประสานโรงพยาบาล เพื่อนัดคิวพาเด็กไปตรวจสุขภาพ เพื่อให้ออกใบรับรองสุขภาพให้ลูก แต่ปัญหาที่โฮสเจอ คือโทรนัดคิวติดต่อโรงพยาบาล เพื่อขอนัดลูกไปตรวจยากมาก บางคนโทรไปหาโรงพยาบาล 10 กว่ารอบแล้ว แต่ยังติดต่อไม่ได้
- โฮสบางครอบครัวโทรติดโรงพยาบาล แล้ว แต่ได้รับแจ้งว่า หมอยังไม่ว่างให้คิวเพื่อนัดไปตรวจ
- ค่าใบรับรองแพทย์ เพื่อออก fit to fly เฉลี่ย 70 เหรียญสหรัฐฯ

ขอรัฐบาลจัดเครื่องบินเหมาลำรับกลับ

- ผู้ปกครองในไทยเริ่มคุยกันว่า รัฐบาลจะช่วยจัดหาเที่ยวบินพิเศษ รับเด็กนักเรียนไทยกลับบ้านได้หรือไม่ ในช่วงที่สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกแล้วและได้คำตอบว่า จะทำหนังสือแจ้งต่อรัฐบาลไทย เพื่อให้เห็นว่าเด็กนักเรียนไทยที่นั่นเดือดร้อนจริง
- เป็นห่วงว่า ถ้าสถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นสหรัฐฯ ประกาศปิดสนามบิน หรือ ระบบขนส่งมวลชน จะยิ่งทำให้ลูกเดินทางยากขึ้น ตั้งแต่ออกจากบ้านไปสนามบิน หรือ เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน
- AFS ประเทศไทย แจ้งว่า จะประสานนำเด็กไทยคนแรก เดินทาง 29 มี.ค.2563 กำหนดถึงไทย 31 มี.ค.2563 จำนวน 1 คน / สองชุดอาจนำเด็กกลับช่วง 1-2 เม.ย.2563 และชุดสาม กลับ 7 เม.ย.2563 ยังไม่กำหนดจำนวนผู้เดินทาง และยังไม่ชัดเจนว่าจะเดินทางอย่างไร

เอเอฟเอส แจ้งยุติโครงการฯ ก่อนครบกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ โครงการ AFS ประเทศไทย แจ้งยุติโครงการ พร้อมแจ้งถึงผู้ปกครองและเด็กนักเรียนในโครงการให้ทราบอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2563 โดยฝ่ายบริหารการศึกษาเพื่อชี้แจงสถานการณ์ และรายละเอียดการเดินทางกลับของเยาวชนเอเอฟเอส ภาคพื้นทวีปเหนือ รุ่นที่ 58 ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยเนื้อหาช่วงแรก อธิบายเกี่ยวกับการยุติโครงการเอเอฟเอสทุกประเทศ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไว้รัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.2563 ประกอบกับประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารไทย ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย จะต้องมีใบรับรองแพทย์ ว่าเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมเดินทาง และหนังสือรับรองการเดินทางกลับไทย จากสถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ หรือ กระทรวงการต่างๆ สายการบินจึงจะอนุญาตให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินและออกบัตรขึ้นเครื่อง (Bording Pass) ให้แก่ผู้โดยสาร

เอเอฟเอสชี้แจงขั้นตอนการเดินทางกลับ

ทาง AFS ได้ประสานเรื่องกำหนดการกลับของนักเรียนกับเอเอฟเอส ประเทศอุปถัมภ์ต่อเนื่อง และขอชี้แจง 5 ประเด็น ดังนี้

1.เนื่องจากมีข้อกำหนดเรื่องอายุใบรับรองแพทย์ และการขอหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศของนักเรียน จากสถานเอกอัครราชฑูตไทย สถานกงศุลใหญ่ ณ ในเมืองต่างๆ ต้องมีรายละเอียดเที่ยวบินของนักเรียน จึงต้องมีการวางแผนให้นักเรียนพบแพทย์ เพื่อขอใบรับรองแพทย์ ขณะเดียวกัน ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเดินทางภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศให้สอดคล้องกัน ทำให้การทำงานมีความซับซ้อน และเป็นไปอย่างยากลำบาก

2. จากประกาศของสำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 26 มี.ค.2563 ซึ่งไม่ได้ระบุกำหนดเวลาใบรับรองแพทย์ของผู้โดยสารที่มีสัญชาติไทย ที่กลับไทย และจากการประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรณีสายการบิน อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ในเรื่องข้อจำกัดต่างๆ ทำให้การดำเนินการมีความชัดเจนและสะดวกมากขึ้น

 

3.ขณะนี้เอเอฟเอส ประเทศสหรัฐฯ กำลังดำเนินการประสานงานกับอาสาสมัคร เพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารให้นักเรียน และจัดการเรื่องการเดินทางของนักเรียนจากชุมชนอุปถัมภ์ มายังสนามบินนานาชาติ หากขั้นตอนและเอกสารเรียบร้อยแล้ว และทางเอเอฟเอสหรัฐฯ ได้รับการยืนยันจากอาสาสมัคร เกี่ยวกับเรื่องการจัดการเดินทางในประเทศของนักเรียนแล้ว เอเอฟเอสสหรัฐฯ จึงจะกำหนดวันเดินทางกลับประเทศของนักเรียนและแจ้งให้ เอเอฟเอสประเทศไทย ดำเนินการเรื่องจองเที่ยวบินระหว่างประเทศให้แก่นักเรียน

4.เอเอฟเอสสหรัฐฯ ได้แจ้งว่า จะมีรายละเอียดเรื่องแผนการเดินทางของนักเรียนแต่ละกลุ่มภายในต้นสัปดาห์หน้า

5.เมื่อได้รับการยืนยันเรื่องข้อมูลในทุกส่วนเรียบร้อยแล้ว มูลนิธิจะส่งรายละเอียดเที่ยวบินขากลับ พร้อมสำเนาบัตรโดยสารเที่ยวบินไปยังผู้ปกครองและเยาวชนทางอีเมลล์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้การดำเนินการต่างๆ ใช้เวลาพอสมควร

มูลนิธิทราบถึงความกังวลใจของผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง และขอเรียนให้ทราบว่า เอเอฟเอสประเทศไทย และประเทศอุปถัมภ์ กำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้บุตร-ธิดา กลับมาประเทศไทยอย่างสวัสดิภาพ

ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 26 มี.ค.63 ที่ผ่านมา ทาง AFS ได้แนะนำผู้ปกครองเพิ่มเติม
- แนะนำผู้ปกครอง ให้บอกลูกดูแลสุขภาพให้ดีเพื่อประโยชน์ต่อการไปขอใบรับรองแพทย์
- แนะนำให้นัดพบแพทย์เพื่อขอใบรับรองด่วนที่สุดในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ (28-29 มี.ค.2563) หากพบปัญหาใดๆ ให้ติดต่อ AFS สหรัฐอเมริกา
- แนะนำให้เด็กรีบไปขอใบรับรองแพทย์ เมื่อได้ใบรับรองมาแล้วจะช่วยดำเนินการเรื่องการหาตั๋วกลับไทย

กลับขึ้นด้านบน