ส่ง "หน้ากาก" 2.3 ล้านชิ้น ให้หมอ-จนท.สธ.-มท.ทั่วประเทศวันนี้

ส่ง "หน้ากาก" 2.3 ล้านชิ้น ให้หมอ-จนท.สธ.-มท.ทั่วประเทศวันนี้

ส่ง "หน้ากาก" 2.3 ล้านชิ้น ให้หมอ-จนท.สธ.-มท.ทั่วประเทศวันนี้

รูปข่าว : ส่ง "หน้ากาก" 2.3 ล้านชิ้น ให้หมอ-จนท.สธ.-มท.ทั่วประเทศวันนี้

ส่งหน้ากาก 2 ล้านชิ้น ให้บุคคลากรการแพทย์-มหาดไทย ทั่วประเทศ วิษณุอ้างโรงงานที่ผลิตกว่าครึ่งในไทย มีเงื่อนไขขายให้ไม่ได้ ขณะที่ปลัด สธ.ให้ผลิตเพิ่มวันละ 1.3 ล้านชิ้น เพื่อส่งให้ รพ.ทุกสังกัด โดยเฉพาะ ปลัดพาณิชย์ระบุข่าวสต๊อกหน้ากาก 200 ล้านชิ้นไม่จริง

วันนี้ (30 มี.ค.2563) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างการแถลงข่าว ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรีได้ประสานให้ผลิตหน้ากากอนามัยเพิ่มวันละ 1.3 ล้านชิ้น เพื่อส่งให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลชุมชน และเพิ่มโควต้าให้โรงพยาบาลต่าง ๆ

เป็น รพ.สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 650,000 ชิ้น กรมอื่นๆ 150,000 ชิ้น รพ.นอกสังกัด สธ. 100,000 ชิ้น รพ.มหาวิทยาลัย 150,000 ชิ้น รพ.เอกชน 150,000 ชิ้น และ รพ.สังกัด กทม. 100,000 ชิ้น

สิ่งที่กังวลว่า รพ.จะขาดแคลน N95 ซึ่งใช้กับผู้ป่วยหนัก ต้องบอกว่าสถานการณ์ในวันนี้เราซื้อหน้ากาก N95 จากสหรัฐฯ แต่ในไทยมีบริษัทที่ผลิตเพื่อส่งออก

 

กระจายหน้ากากให้ รพ.เกือบ 2 แสนชิ้นแต่ไม่พอ

นพ.สุขุมกล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เราต้องมีการจัดสรร ซึ่งเป็นโครงการเฉพาะที่หามาเพิ่มเติม โดยกำหนดว่าผู้ป่วยที่จะต้องใช้ N 95 สำหรับผู้ป่วยหนัก 1 คน 15 ชิ้นต่อวัน ผู้ป่วยสังเกตการณ์ 5 ชิ้นต่อวัน

สำหรับการจัดสรรหน้ากาก N95 ตั้งแต่วันที่ 7-28 มี.ค. มีการจัดสรรให้ รพ.สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 117,950 ชิ้น กรมอื่นๆ 43,210 ชิ้น รพ.นอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 3,230 ชิ้น รพ.มหาวิทยาลัย 2,690 ชิ้น รพ.เอกชน 14,410 ชิ้น รพ.สังกัด กทม. 1,570 ชิ้น รวม 183,910 ชิ้น

เมื่อคำนวณดูแล้ว หากไทยมีผู้ป่วย COVID-19 จำนวน 10,000 คน ต้องใช้หน้ากาก N95 จำนวน 17,000 ชิ้นต่อวัน ทำให้ต้องติดต่อจัดหาเพิ่มเติม โดยนำเข้าของ 3 M จำนวน 200,000 ชิ้น ตั้งแต่ 10 เม.ย. จัดหาจากบริษัทเอกชนเดือนละ 1 แสนชิ้น และนำเข้าจากจีน โดย GPO จำนวน 400,000 ชิ้น

 

นพ.สุขุมกล่าวต่อว่า สำหรับเตียงผู้ป่วยในไทย ตอนนี้เรามีเตียง 1,600 เตียง ยังรองรับผู้ป่วยได้เพิ่มอีก 700 เตียง ส่วนหน้ากากอนามัยของบริจาคที่มาจากจีน ได้ส่งให้ต่างจังหวัด 100,000 ชิ้น

เตรียมพร้อมชุดทดสอบ-ยาฟาวิพิราเวียร์

ส่วนชุดทดสอบเชื้อ ได้ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 20,000 ชิ้น เพื่อให้ต่างจังหวัดได้ใช้ สำหรับหน้ากาก N 95 จำนวน 10,000 ชิ้น ได้กระจายให้ต่างจังหวัดแล้ว 50 % และมีชุด PPE ส่งให้ต่างจังหวัด 2,000 ชุด โดยจัดส่งภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้

สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์ เพิ่งได้มา 24,000 เม็ด ได้กระจายทั่วประเทศ เก็บที่ส่วนกลาง 2,000 เม็ด แต่วันนี้จะมีเข้ามาอีก 40,000 เม็ด คาดว่าสภาพการขาดยาจะไม่เกิดในประเทศไทย โดยผู้ป่วยที่เป็นน้อย 80 % ไม่จำเป็นต้องใช้ยานี้

ปลัดพาณิชย์ระบุสต๊อกหน้ากาก 200 ล้านชิ้นไม่จริง

ด้าน นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประชุมโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย 11 โรงงานทั่วไทย โดยกำลังการผลิตจะอยู่ที่ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน ราวๆ 36 ล้านชิ้นต่อเดือน ก่อนหน้านี้มีการรายงานข่าวว่า ตัวเลขที่มีสต็อกอยู่ 200 ล้านชิ้น คำถามคือมาจากไหน ขอเรียนว่า ตัวเลขนั้นอาจเป็นความคลาดเคลื่อนของการสื่อสาร เพราะวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน

แต่ส่วนสำคัญที่เป็นไส้กรอง นำเข้าเป็นหลัก ในไทยไม่มี ณ วันนั้นโรงงานให้ข้อมูลว่าวัตถุดิบที่มีในเวลานั้น จะสามารถผลิตหน้ากากได้อีก 200 ล้านชิ้น หากเกิดภาวะไม่มีวัตถุดิบ ก็จะสามารถผลิตได้อีก 200 ล้านชิ้น ณ วันนั้น ทำให้หลายคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ตัวเลขสต็อก 200 ล้านชิ้นไม่ได้มีอยู่

 

คิดว่ากำลังผลิตเดือนละ 36 ล้านชิ้นจะพอ

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า กำลังการผลิต ณ วันนั้นอยู่ที่ 36 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งความต้องการใช้ในขณะนั้นอยู่ 30 ล้านชิ้นต่อเดือน เป็นความต้องการใช้จากสถานพยาบาลและบุคลากรการแพทย์เป็นหลัก ณ เวลานั้น เราจึงเชื่อว่ากำลังการผลิตจะเพียงพอ

ต่อมาเมื่อเกิดสถานการณ์ ประชาชนก็มีความต้องการที่จะใช้หน้ากากอนามัยสีเขียวมากขึ้น ทำให้กำลังการผลิตที่มีอยู่ และคาดว่าจะเพียงพอกับสถานพยาบาล เริ่มลดน้อยลง เพราะประชาชนซื้อหน้ากากกันมาก

กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการจัดสรรให้สถานพยาบาลและบุคลากรการแพทย์ก่อน เพราะเป็นแหล่งที่จะเกิดการแพร่ระบาดมากที่สุด โดยให้โรงงานส่งหน้ากากที่ผลิตได้ 50 % ให้กระทรวงพาณิชย์ดูแล เพื่อจะได้ส่งไปให้สถานพยาบาลก่อน

ระบุโรงงานหน้ากาก 50 % พาณิชย์ควบคุมไม่ได้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือใน 50% ที่โรงงานทำธุรกิจปกติ พณ.ควบคุมไม่ได้ โรงงานส่งให้สถานพยาบาลลดลง และทำให้สินค้าส่วนหนึ่งในตลาดมีราคาสูงขึ้นมาก ดังนั้น พณ.จึงต้องออกประกาศว่าจะนำกำลังการผลิตทั้งหมดมาจัดการ เพื่อให้สถานพยาบาลและบุคลากรการแพทย์มีใช้เพียงพอ

นายบุณยฤทธิ์กล่าวต่อว่า ณ เวลานั้น เราได้ขอให้โรงงานเพิ่มกำลังการผลิต และให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต ทำให้ได้ผลิตหน้ากากเขียวเป็น 2.3 ล้านชิ้นต่อวัน จากเดิม 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน แต่เมื่อลองคำนวณ ประชากรไทย 67 ล้านคน แต่กำลังการผลิต 2.3 ล้านชิ้น จะเห็นว่าหน้ากากอนามัย 1 ชิ้นต่อประชากร 28 คน

 

แต่หน้ากากอนามัยเป็นของที่ต้องใช้ทุกวันและใช้แล้วทิ้ง ณ เวลานี้ กระทรวงพาณิชย์จึงปรับการจัดสรร เน้นให้กระทรวงมหาดไทยบริหารจัดการให้พื้นที่ เพื่อให้คนที่ต้องการที่สุดก่อน ส่วนที่เหลือจะจำหน่ายให้ประชาชน จึงขอให้ประชาชนเข้าใจ

โดยได้บริหารจัดการเพื่อกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ โดย กทม. จะได้รับวันละ 1 แสนชิ้น ภาคเหนือ 164,000 ชิ้น ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 332,000 ชิ้น ภาคกลาง 237,000 ชิ้น และภาคใต้ 167,000 ชิ้น

ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า กรณีประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ขอยืนยันว่า คนไทยกลับไทยได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขตามข้อกำหนด คือหนังสือรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุล ใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง

เมื่อมาถึงสนามบิน จะต้องได้รับการตรวจสุขภาพอีกครั้ง เมื่อมีไข้ต้องไปโรงพยาบาล แต่หากไม่มีไข้ต้องกักตัว 14 วัน เมื่อเข้ามาแล้วจะมีระบบลงทะเบียน และมีการดูแลทุกคนในพื้นที่อย่างจริงจังทุกวัน ส่วนจังหวัดไหนที่มีการติดต่อรุนแรงก็ได้มีการติดตามการเข้า-ออก

 

วิษณุขอให้งดสังสรรค์- ทีวีหยุดถ่ายมวยตู้

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ว่าช่วงเสาร์-อาทิตย์ ยังมีรถออกมามาก และกิจกรรมสังสรรค์ควรจะต้องงดได้ เพราะยังมีการทำแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ วันนี้ได้ส่งสัญญาณขอร้องสถานีโทรทัศน์ต่างๆ งดการถ่ายทอดการชกมวย และได้รับรายงานว่ามีการแข่งเจ็ตสกีในแม่น้ำเจ้าพระยา

ยังพบพฤติกรรมเสี่ยงที่ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ เช่น มีรายงานว่าตามแม่น้ำเจ้าพระยายังมีการแข่งเจ็ตสกี มีรายงานวินมอเตอร์ไซค์เป็นจุดล่อแหลมอันตราย ถ้าคนขับไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือแม้แต่สวมหน้ากาก แต่มีการติดต่อสื่อสาร จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวัง

ผลิตหน้ากากได้ 2.3 ล้านชิ้น เตรียมส่งให้ทั่วประเทศ

นายวิษณุกล่าวต่อว่า ที่ประชุม ศบค. มีการประเมินแผนหน้ากากใหม่ พบว่ามี 11 โรงงาน ซึ่งยังผลิตอยู่ 8 โรงงาน และกำลังจะหยุด 3 โรงงาน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้เปิด ย้ำว่าทุกวันนี้ผลิตได้วันละ 2.3 ล้านชิ้น

จากนี้มีการจัดทำแผนต่อวัน เช็กได้ทุกวัน ซึ่งจะเริ่มแจกเวลา 17.00 น. ใช้ไปรษณีย์ไทยขนหน้ากากส่งทั่วประเทศ มี 2 หน่วยรับไปคือ กระทรวงสาธารณสุข และของกระทรวงมหาดไทย จะได้รับ 1.3 ล้านชิ้น ส่งบุคลากรทั่วประเทศ ซึ่งมีแผนส่งรายจังหวัด มีชื่อผู้ส่งและชื่อผู้รับ ส่วนอีก 1 ล้านชิ้นจะเป็นโควต้าของกระทรวงมหาดไทย ส่งไปผู้ว่าราชการ 76 จังหวัด รวม กทม.ด้วย ตรงนี้แยกต่างหากจาก สธ. ย้ำว่า 2 ส่วนแยกกันชัดเจน ของ สธ.จะส่งให้บุคลากรทางแพทย์ ส่วนของ มท.จะส่งให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เช่น อาสาสมัคร อสม. กลุ่มเสี่ยงผู้ป่วย เด็ก

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ดีเดย์ 5 โมงเย็น ไปรษณีย์ไทยจะรับหน้ากากจาก 5 โรงงานไปต่างจังหวัด โดยสาย สธ.จะตรงไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด ทำเป็นแพ็กๆ ละ 1 พันชิ้น ส่วนสาย มท. จะทำเป็นการแยกแพ็กส่งไปยังจังหวัด ถ้าต้องส่งไปยังอำเภอ ตำบล จะแยกเป็นสายส่งต่อไป

หน้ากากยังไม่ถึงมือประชาชน เพราะเท่าที่ผลิตได้หมดแล้ว จึงขอให้อดทน 3-4 วัน หากเจ้าหน้าที่มีหน้ากากพอแล้วระยะหนึ่ง จะปรับแผนแจกจ่ายให้ประชาชนและร้านค้า ย้ำว่าเรายังผลิตได้วันละ 2.3 ล้านชิ้น

 

ระบุหน้ากากส่งออกไม่มี แต่ผลิตแบบมีเงื่อนไข

การส่งออกต่างประเทศ โดยหลักการแล้วไม่มี แต่กรณีการทำสัญญาว่าจ้าง ขอให้ยกเลิกไม่ให้ส่งออก เว้น 3 เหตุผลคือ 1.ส่งออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI 2.ทรัพย์สินทางปัญญา รับเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากต่างประเทศ 3.มีสัญญา หรือ FTA ต่อกัน ให้เราผลิตแล้วส่งออก ทั้ง 3 อย่างต้องส่งออก แต่พยายามเจียดและส่งออกเท่าที่ได้ เช่น กรณี BOI แม้จะส่งออกได้ แต่หากมีมาตรการรัฐเพื่อความมั่นคง ก็สั่งห้ามส่งออกได้ ซึ่งเราพร้อมจะใช้มาตรการนี้ ห้ามส่งออกหรือแบ่งส่วนหนึ่งมาใช้ในประเทศ

นายวิษณุกล่าวต่อว่า แจ้งเอกชนที่ต้องการนำเข้า เวชภัณฑ์ ยา อุปกรณ์ ฯลฯ ศุลกากรเตรียมงดเว้นภาษีเป็นศูนย์ ซึ่งกรณีหน้ากากฯ ได้งดเว้นเป็นศูนย์ก่อนแล้ว แต่น้ำยา เครื่องมือ อุปกณ์ ฯลฯ กำลังจะยกเว้นเป็นศูนย์เหมือนกัน ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยให้การนำเข้าดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าหลักจากจีน

กลับขึ้นด้านบน