นายกฯ ไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ยอดป่วยพุ่ง-หยุดขนส่งมวลชน

นายกฯ ไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ยอดป่วยพุ่ง-หยุดขนส่งมวลชน

นายกฯ ไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ยอดป่วยพุ่ง-หยุดขนส่งมวลชน

รูปข่าว : นายกฯ ไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ยอดป่วยพุ่ง-หยุดขนส่งมวลชน

นายกรัฐมนตรี ยังไม่ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมสถานการณ์ COVID-19 ย้ำทบทวนมาตรการทุกสัปดาห์ โดยขอเวลาประเมิน 1 เดือนหากยังไม่ดีขึ้นจะต่อเวลา ลั่นให้มท.มีอำนาจในระดับพื้นที่ พร้อมสั่งลดการเดินทาง หากไม่ได้ผลจะต้องหยุดขนส่งมวลชนสกัดเชื้อ

วันนี้ (31 มี.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จากข้อมูลพบว่ามีคนป่วยไวรัสโคโรนา (COVID-19) มากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากมาตรการการคัดกรองตรวจสอบ และตรวจเจอประชาชนกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น แต่ยังยังย้ำว่าประชาชนที่ไม่ใช่กลุ่มเสียง ไม่จำเป็นต้องตรวจเชื้อ COVID-19 เพราะต้องควบคุมอุปกรณ์ทางการแพทย์

ในส่วนการปรับมาตรการต่างๆทั้งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงต่างๆมีอำนาจตามกฎหมายตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้สั่งกระทรวงมหาดไทยพิจารณาการห้ามประชาชนเข้าออกพื้นที่จังหวัด ที่มียังมีตัวเลขเพิ่มขึ้น ห้ามเล่นกีฬา และการพนันอย่างเด็ดขาด 

ส่วนการเดินทางให้กระทรวงคมนาคมดูว่า หากมีการเคลื่อนย้ายอยู่มากโดยไม่จำเป็น อาจต้องลดด้านการขนส่งสาธารณะเพื่อไม่ให้เคลื่อนย้ายหรือไม่ ทั้งนี้ มีการประเมินผลมาตรการที่ใช้ไปทุกสัปดาห์ ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้ได้ 3 เดือน ตอนนี้ยังไม่มีแนวคิดยกเลิก

หากยังเดินทางมากต้องหยุดระบบขนส่งมวลชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการเดินทางของประชาชน ส่งให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณากรณีที่หากยังมีการเคลื่อนย้ายของผู้คนเป็นจำนวนมากแบบในปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลเข้าใจในเรื่องความสะดวก แต่บางคนก็มีการเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น จึงให้ไปดูว่าการให้บริการขนส่งสาธารณะของภาครัฐนั้นจะทำอย่างไร จำเป็นต้องลดจำนวนการให้บริการลงหรือไม่ กี่เที่ยวต่อวัน

ในเมื่อให้ทำกันเองแล้วยังไม่เรียบร้อยอยู่ ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ต่อไปต้องเจอสถานการณ์นี้ ในการลดการให้บริการทั้งหมด ไม่ว่าจะรถไฟฟ้า รถไฟ รถเมล์ จำเป็นต้องลดเที่ยวในการให้บริการ ถ้าไม่เรียบร้อยอีก ก็จะหยุดให้บริการทั้งหมดเพื่อลดการเคลื่อนย้ายไปมาแพร่เชื้อ

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีแนวโน้มในการยกเลิกสถาน การณ์ฉุกเฉิน มีการประชุมทบทวนทุกสัปดาห์ ซึ่งพ.ร.บฉุกเฉิน มีอำนาจใช้ได้ 3 เดือน โดยประเมิน 1 เดือนแรกก่อน และถ้าไม่ดีก็จะต่อไป 2 เดือน 3 เดือน เป็นก็ขยายต่อไปเข้มข้นขึ้นตามลำดับ แต่ยังไม่มีการยกเลิกพ.ร.บ.ฉุกเฉิน ยกเว้นแต่ว่าถ้าบางสถานการณ์ดีขึ้นก็จะพิจารณาปรับลดความเข้มงวดลง แต่ถ้าส่วนใดยังไม่ดีขึ้นจะพิจารณาเพิ่มความเข้มข้นต่อไป

 

 เดื

 

กลับขึ้นด้านบน