พรรคฝ่ายค้านประกาศจับมือรัฐบาลสู้โควิด-19

พรรคฝ่ายค้านประกาศจับมือรัฐบาลสู้โควิด-19

พรรคฝ่ายค้านประกาศจับมือรัฐบาลสู้โควิด-19

รูปข่าว : พรรคฝ่ายค้านประกาศจับมือรัฐบาลสู้โควิด-19

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ส.ส.พรรคพร้อมร่วมมือรัฐบาลฝ่าวิกฤติโควิด-19 ทั้งการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องและการจัดสรรงบประมาณ

วันนี้(1เม.ย.63)นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ กำลังเจอโจทย์ปัญหาใหญ่และหนักหนาสาหัส จากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ทั้งทางด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง เป็นเรื่องที่ท้าทายทุกคนในชาติว่าจะสามารถฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้หรือไม่

ทั้งนี้มองว่าชีวิตของประชาชนสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง จึงต้องร่วมกันทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตของประชาชนไว้ด้วยวิธีที่ชาญฉลาด และสร้างบาดแผลให้กับประเทศน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ทั้งในด้านการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎหมายเร่งด่วน และการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อจะได้ฝันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

ในวันนี้หมอ พยาบาล และบุคลากรทางด้านสาธารณสุขเป็นนักรบแนวหน้าให้กับพวกเรา และกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเอาชนะกับการระบาดของไวรัสโคโรน่า ซึ่งทุกฝ่ายในสังคมต่างช่วยสนับสนุนกันอย่างเต็มที่ ในขณะที่รัฐบาลก็พยายามทำงานอย่างหนักเช่นกัน แม้ว่าแนวทางการรับมือของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมายังขาดความเป็นระบบและขาดการมองปัญหาให้ครบทุกมิติ ทุกมาตรการหรือคำสั่งการล้วนเป็นการแก้ปัญหาหนึ่ง และสร้างอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา

พร้อมย้ำว่าการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา นอกจากต้องมองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาให้รอบด้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึง มิติของการเคารพในความเป็นมนุษย์ เคารพในการมีส่วนร่วมรับรู้ และร่วมชะตากรรมของทั้งสังคม ยึดหลักการจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และคำนึงถึงหลักการจัดการที่ให้เกิดความยุติธรรมและทั่วถึงกับคนทุกส่วนในสังคม

รัฐบาลต้องมีความเด็ดขาด และ ชัดเจนโปร่งใส เพื่อยับยั้งไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ลุกลามมากจนระบบสาธารณสุขไม่สามารถรับมืออย่างเช่นในประเทศอิตาลี นั่นหมายความว่าหมอ พยาบาล ซึ่งเป็นนักรบแนวหน้าของเราต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือในการป้องกันที่พรั่งพร้อมไม่ขาดแคลนจนต้องออกมาขอรับบริจาค

การรณรงค์เรื่อง “การสร้างระยะห่างทางสังคม”. (Sociail Distancing)และการปฎิบัติตัวเพื่อการป้องกันตัวเองของประชาชน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิท-19 ที่จะส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น จำเป็นต้องเสริมความเข้าใจให้กระจ่างชัดและทั่วถึง เพราะถือเป็นการลงทุนป้องกันที่มีค่าใช้จ่ายน้อยสุด หากสามารถทำได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพจะส่งผลสำเร็จต่อการหยุดยั้งโรคร้าย ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด กระจายตัวออกไปได้ในวงกว้างจนเกินการควบคุม

นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจอันสืบเนื่องจากวิกฤติโควิท-19 ก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่หนักหนาไม่แพ้กัน ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีมาตรการและแผนรองรับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งบประมาณปี 25ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมที่จะให้ความร่วมมือหากสิ่งที่รัฐบาลต้องการสามารถช่วยเหลือประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้จมดิ่งลงไปในเหวลึกมากกว่าที่เป็นอยู่

ประเทศยามนี้มีปัญหาหลายสิ่งที่ถาโถมเข้ามารอบด้าน ทั้งโควิท-19 ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาไฟป่าทางภาคเหนือ ปัญหาภัยแล้ง เป็นบทพิสูจน์ความร่วมมือร่วมใจของพวกเราคนไทยทุกคน ในการเอาชนะวิกฤติการณ์ที่หนักหนาสาหัสครั้งนี้

ในฐานะของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน ประชาชนเองก็ต้องร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และฝ่ายค้านพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่

นี่คือเวลาที่จะหันหน้าเข้ามาร่วมมือกัน ช่วยนำพาประเทศ ให้พ้นจากวิกฤติ

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน