“แคนดี้ รากแก่น” มอบตัว คดีครอบครองเอทานอล 10,000 ลิตร

“แคนดี้ รากแก่น” มอบตัว คดีครอบครองเอทานอล 10,000 ลิตร

“แคนดี้ รากแก่น” มอบตัว คดีครอบครองเอทานอล 10,000 ลิตร

รูปข่าว : “แคนดี้ รากแก่น” มอบตัว คดีครอบครองเอทานอล 10,000 ลิตร

ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จับขบวนการลักลอบนำเอทานอลหนีภาษี เตรียมผลิตเจลล้างมือขาย 10,000 ลิตร พบ “แคนดี้ รากแก่น” เป็นผู้ร่วมขบวนการสั่งซื้อ โดยไปขอยกเว้นภาษีอ้างจะทำเจลไปบริจาค แต่พบหลักฐานการสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว

วันนี้ (3 เม.ย.2563) พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด เปิดเผยถึงกรณีการจับขบวนการลักลอบนำเอทานอล 99.5% จำนวน 10,000 ลิตร ที่ได้รับการยกเว้นภาษีโดยผิดกฎหมายเพื่อนำไปจำหน่าย โดยคดีนี้ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีการขนย้ายถังบรรจุแอลกอฮอล์จำนวนมากมาไว้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อไปตรวจสอบก็พบถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร 57 ถัง บรรจุเอทานอลรวมจำนวน 10,000 ลิตร จึงยึดไว้ตรวจสอบและสอบสวนเจ้าของบ้านก็อ้างว่าของกลางดังกล่าวเป็นของนายราวีส์ พิมพ์พิพัฒน์ น.ส.วาทินี รากแก่น หรือ แคนดี้ และ บริษัท ซีดีเอ็มพลัส (ประเทศไทย)

ตำรวจจึงได้สืบสวนต่อจนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่เป็นคนสั่งซื้อได้ร่วมกันไปขอใบอนุญาตยกเว้นภาษีการซื้อเอทานอลที่สรรพสามิตรจ.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมจะนำไปบริจาคและได้ไปสั่งซื้อเอทานอลที่ จ.ปราจีนบุรี และให้นำมาเก็บไว้ที่บ้านของ น.ส.นันทพันธ์ พิสิษฐ์เดโช ใน จ.นนทบุรี แต่เมื่อตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงินและหลักฐานอื่นๆ ประกอบก็พบว่ามีการสั่งซื้อขายสินค้า และคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่ต้องการเจลล้างมือแล้ว จึงคาดว่าเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์และผิดกฎหมาย

ขณะนี้ได้ดำเนินคดีโดยการแจ้งข้อกล่าวหาผลิตเครื่องสำอางค์โดยไม่จดแจ้ง หรือยังไม่ได้รับใบจดแจ้งก่อนผลิตฯ ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ไม่แสดงต้นทุนราคาจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่าย สินค้าปลิม หรือ เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า กับ น.ส.นันทพันธ์ ไปแล้ว

และออกหมายเรียกให้ น.ส.วาทินี หรือ แคนดี้ กับพวกอีก 2 คน มารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันครอบครองเอทานอลที่มิได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตร ซึ่งเมื่อวานนี้ (2 เม.ย.) น.ส.วาทินี ได้มาพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อหาไปแล้ว แต่ยังให้การภาคเสธ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการนำไปจำหน่าย แต่ได้ไปร่วมสั่งซื้อจริง ส่วนอีก 2 คน ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน

สำหรับอัตราโทษในข้อหานี้หากไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตจะมีโทษปรับ 10 เท่าของอัตราภาษีที่ต้องเสีย ซึ่งเอทนานอลภาษีลิตรละ 6 บาท ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน จะต้องร่วมกันจ่ายค่าปรับคนละ 600,000 บาท จากการไม่เสียภาษีในครั้งนี้

ผู้กำกับการ สภ.ปากเกร็ด ยังระบุว่า สำหรับเอทนานอลนี้ เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ผสมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ แต่ในช่วงนี้ได้ผ่อนปรนให้นำมาใช้ในการผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือได้ แต่การนำไปจำหน่ายจะต้องเสียภาษีตามกฎหมายก่อน ขณะนี้ยังได้ยึดของกลางทั้ง 10,000 ลิตรไว้เพื่อรอการตรวจสอบ และหากคดีถึงที่สุดก็จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

 

กลับขึ้นด้านบน