ครม.เร่งรัด-ขับเคลื่อนงบฯ รับมือสถานการณ์ภัยแล้ง-โควิด-19

ครม.เร่งรัด-ขับเคลื่อนงบฯ รับมือสถานการณ์ภัยแล้ง-โควิด-19

ครม.เร่งรัด-ขับเคลื่อนงบฯ รับมือสถานการณ์ภัยแล้ง-โควิด-19

รูปข่าว : ครม.เร่งรัด-ขับเคลื่อนงบฯ รับมือสถานการณ์ภัยแล้ง-โควิด-19

ครม. รับทราบมาตรการดูแล และเยียวยาผลกระทบทั้งด้านพลังงานและสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์ทดแทน ให้เพียงพอต่อการรับมือสถานการณ์โควิด-19

วันนี้ (3 เม.ย.2563) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแนวทางการดูแลและเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัส COVID-19 ของกระทรวงต่างๆ

สำหรับกระทรวงพลังงานได้พิจารณามาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัส COVID-19 เพิ่มเติม ทั้งการลดค่าครองชีพของประชาชนและช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยมีมาตรการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ

ด้วยการให้ผ่อนผันการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) จากที่กำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายในจำนวนที่ตายตัว (ร้อยละ 70 ของการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือน) ไม่ว่าผู้ใช้ไฟฟ้าจะใช้ไฟฟ้าถึงจำนวนที่กำหนดหรือไม่ก็ตาม เป็นผ่อนผันให้จ่ายตามการใช้ไฟฟ้าสูงสุด

การลดค่าไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 30 ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมหรือหอพักที่จะปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พักหรือโรงพยาบาลสนาม ,การช่วยเหลือผู้ประกอบค้าน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งประสบปัญหาการใช้น้ำมันที่ลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยาน โดยลดอัตราสำรองน้ำมันดิบตามกฎหมาย ,ขยายระยะเวลาการคงอัตราสำรองก๊าซปิโตรเลียมเหลวและสนับสนุนการเพิ่มปริมาณการจัดเก็บน้ำมันของคลังน้ำมันต่างๆ

นางนฤมลกล่าวต่อว่า เร่งรัดการลงทุนช่วงรอยต่อของแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ในเบื้องต้นคาดว่า จะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 อัตรา และผลักดันให้เกิดกิจกรรมการรื้อถอนแท่นผลิตที่ไม่ได้ใช้งาน โดยเฉพาะในแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ที่จะมีการรื้อถอนแท่นผลิต 53 แท่น นอกจากนี้ยังส่งเสริมการใช้วัสดุอุปกรณ์หรือบริการ จากภายในประเทศ เช่น การใช้เรือไทย โดยหารือกับผู้รับสัมปทานและกรมเจ้าท่า

การจัดหาแอลกอฮอล์เพื่อป้องกัน COVID-19 ให้ประชาชนทั้งประเทศผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกระทรวงพลังงานจะขอรับการจัดสรรงบกลาง ประมาณ 220 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อแอลกอออล์แปลงสภาพส