ใช้เวทีอาเซียนถกด่วน "เมียนมา-ลาว" เร่งคุมไฟป่า

ใช้เวทีอาเซียนถกด่วน "เมียนมา-ลาว" เร่งคุมไฟป่า

ใช้เวทีอาเซียนถกด่วน "เมียนมา-ลาว" เร่งคุมไฟป่า

รูปข่าว : ใช้เวทีอาเซียนถกด่วน "เมียนมา-ลาว" เร่งคุมไฟป่า

กรมควบคุมมลพิษ หารือผ่านสำนักงานเลขาธิการอาเซียน ให้ลาวและเมียนมาช่วยแก้ปัญหาการเผาพื้นที่และหมอกควันไฟป่าข้ามแดนถึงไทย ชี้นายกรัฐมนตรี เคยทำหนังสือตั้งแต่ก.พ.แล้ว แต่สถานการณ์ยังวืกฤต ขณะที่ปลัดทส.งัดกฎหมายจับดำเนินคดีทันที

วันนี้ (3 เม.ย.2563) ไทยพีบีเอสออนไลน์สัมภาษณ์นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องหลายวัน สาเหตุหลักมาจากการเผาพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา และลาว

อธิบดี คพ.ระบุว่าวันนี้ทางกรมควบคุมมลพิษ ได้ใช้การพูดคุยวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ผ่านทางเลขาธิการอาเซียน เพื่อหารือและขอความร่วมมือกับตัวแทนของอธิบดีกรมป่าไม้ของลาว และของเมียนมาให้ช่วยกันลดการเผาป่าและพื้นที่เกษตรที่เกิดขึ้นใน 2 ประเทศเนื่องจากพบว่ารวมๆกันแล้วมีจุดความร้อน (Hotspot) นับหมื่นจุด แต่ควันไฟส่งผลกระทบหมอกควันข้ามแดนมาถึงไทย

ตัวแทนจาก 2 ประเทศยอมรับว่ายังมีการเผาพื้นที่ป่าและเกษตรกรรมสูงมาก และด้วยสภาพเขาสูงชันยากต่อการเข้าพื้นที่ ต่างกับไทยที่ยังมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วย แต่คาดหวังว่าการคุยผ่านทางสำนักเลขาธิการอาเซียน เขาน่าจะมีการกำกับดูแลปัญหาดีขึ้น

นายประลอง กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในพื้นที่ภาคเหนือมีหลายระดับ ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา รัฐบาลไทย โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เคยทำหนังสือไปถึงเมียนมาและลาว เพื่อให้กำกับและลดปัญหามาตลอดก่อนจะมีสถานการณ์ไวรัสโคโรนา แต่ถึงเดือนเม.ย.นี้ปัญหาก็ยังวิกฤต

4 จังหวัดเหนือน่าห่วงเผาป่า

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัดยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และพะเยา พบภาพรวมแย่ลงและจุดความร้อน (Hotspot) สูงขึ้น จึงเร่งหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดหาแนวทางการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นและกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

พร้อมทั้ง ได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังไฟป่าไม่ให้เกิดซ้ำและเข้าร่วมดับไฟป่าในพื้นที่ เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเกี่ยวกับการหาตัวผู้กระทำผิด เร่งรัดการติดตามคดี หากจับตัวผู้กระทำผิดได้ต้องเร่งส่งฟ้องและดำเนินคดีทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟป่ากลับมาลุกไหม้อีกครั้ง

ทั้งนี้ จากการประกาศห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว ตามประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 2 ตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. จึงขอให้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว

ค่าฝุ่นสูง 271 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.00 น.กรมควบคุมมลพิษ รายงานว่าพื้นที่ภาคเหนือ PM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 36 - 271 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  เกินมาตรฐานที่บริเวณ

  • ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง
  • ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง
  • ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง
  • ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง
  • ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
  • ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
  • ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน
  • ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน
  • ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่
  • ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา
  • ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
  • ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน
  • ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก
  • ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
  • ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
  • ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
  • ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค่าฝุ่น PM 2.5 "ภาคเหนือ" เกินมาตรฐานจากไฟป่า

เชียงใหม่-กองบิน 41 ระดมแก้ไฟป่า ตั้งเป้าให้จุดความร้อนเป็นศูนย์

เยียวยาครอบครัวจนท.-ทหารเสียชีวิตในภารกิจดับไฟป่าภาคเหนือ

กลับขึ้นด้านบน