สั่งซื้อหน้ากากอนามัยแต่ได้ "ครีมอาบน้ำ - บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"

สั่งซื้อหน้ากากอนามัยแต่ได้ "ครีมอาบน้ำ - บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"

สั่งซื้อหน้ากากอนามัยแต่ได้ "ครีมอาบน้ำ - บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"

รูปข่าว : สั่งซื้อหน้ากากอนามัยแต่ได้ "ครีมอาบน้ำ - บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"

ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ หลังสั่งซื้อหน้ากากอนามัยในเฟซบุ๊กแต่กลับได้ ครีมอาบน้ำและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ล่าสุดผู้เสียหาย 3 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว ขณะที่ผู้ก่อเหตุอ้างหลอกขายครั้งแรก

วันนี้ ( 5 เม.ย.2563) ในช่วงนี้มีประชาชนจำนวนมากต้องการซื้อหน้ากากอนามัยมาใช้ และยังมีบางส่วนลักลอบขายในสังคมออนไลน์ ขณะนี้มีผู้หลอกขายหน้ากากอนามัยหลายคนแล้ว ล่าสุด มีผู้เสียหายติดต่อซื้อหน้ากากอนามัยกับผู้ขายคนหนึ่งในเฟซบุ๊ก แต่ของที่ส่งมาคือครีมอาบน้ำ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ผู้เสียหายคนหนึ่งใน จ.นนทบุรี เล่าว่า หลังจากติดต่อซื้อหน้ากากอนามัยจากเฟซบุ๊กในชื่อ “คุณแม่ ตัวโน้ต” เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ขายเสนอขายราคากล่องละ 700 บาท พร้อมค่าจัดส่ง จำนวน 50 ชิ้น โดยผู้ขายส่งของให้เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 63 แต่เมื่อพัสดุส่งมาที่บ้าน ทันทีที่เปิดกล่อง ผู้ที่สั่งซื้อถึงกับตกใจเพราะในกล่องเป็นครีมอาบน้ำ 1 ขวด ซึ่งก็ไม่ตรงกับสินค้าที่สั่งไป

 

ขณะที่ผู้เสียหายอีกคนใน จ.ขอนแก่น สั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากเฟซบุ๊กคนนี้เช่นกัน โดยสั่งซื้อไป 2 กล่อง ราคา 1,400 บาท ซึ่งสินค้าถูกส่งพร้อมกัน เมื่อพัสดุส่งมาถึงตามสถานที่ส่งก็พบว่าภายในเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยที่ไม่มีหน้ากากอนามัยเช่นกัน ผู้เสียหายทั้ง 2 คน จึงไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องจากเห็นว่าเป็นการฉ้อโกง เพราะส่งสินค้าไม่ตรงกับที่สั่งไว้และได้รับเงินไปแล้ว

ผู้เสียหายที่จ.นนทบุรี กล่าวว่า ต้องการใช้หน้ากากอนามัยและหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้ จึงหาซื้อในทางออนไลน์ และเมื่อได้คุยกับผู้ขายผ่านทางกล่องข้อความ ผู้ขายไม่มีพิรุธ แต่อ้างว่าเหลือหน้ากากเพียง 1 กล่องจึงตัดสินใจซื้อ และเมื่อโอนเงินไป 700 บาท ผู้ขายก็บอกว่าจะไปส่งสินค้าให้ในวันรุ่งขึ้น และเมื่อไปส่งก็ถ่ายรูปกล่องพัสดุ รวมทั้งใบเสร็จรับเงินค่าส่งพัสดุมาให้ดู จากนั้นผู้ขายก็ปิดเฟสบุ๊กหายไป จนกระทั่งพัสดุส่งมาที่บ้านจึงพบว่าถูกหลอก แต่อีกวันหนึ่งผู้ขายก็ตอบกลับมาว่าจะคืนเงินให้ และอ้างว่าถูกหลอกมาเช่นกันจึงจะมาแจ้งความ

 

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ผู้ส่ง ตามหน้ากล่องพัสดุ พบว่าอยู่ในพื้นที่ ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แต่เมื่อนำข้อมูลไปตรวจสอบพบว่าบุคคลนี้ชื่อที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ไม่ตรงกับบนกล่อง แต่อยู่ใน ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก

 

และเมื่อตรวจสอบกับบาร์โค้ดของพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งของมา พบว่าถูกส่งมาจากไปรษณีย์บรมไตรโลกนาถ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 2 เม.ย.63 ซึ่งผู้ส่งได้แสดงบัตรประชาชนกับเจ้าหน้าที่ แต่เขียนที่อยู่ไม่ตรงกับบัตรประชาชน

 

เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามวันและเวลาที่ส่งพัสดุดังกล่าว ก็พบหญิงต้องสงสัยรูปร่างท้วม มากับเด็กผู้ชายอายุประมาณ 3 ขวบ มาติดต่อส่งพัสดุที่เคาน์เตอร์ โดยพบเห็นนำขวดครีมอาบน้ำ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาจากถุงพลาสติก ซึ่งเป็นสิ่งของที่เหมือนกับที่ส่งให้กับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ไปรษณีย์ บอกว่าหญิงคนนี้คล้ายกับผู้ต้องสงสัยตามบัตรประชาชน แต่ยังไม่ยืนยัน เพราะใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าไว้

พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ตม.3 ในฐานะคณะทำงานศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)และ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.พิษณุโลกให้ไปร่วมกันสืบสวนและตรวจสอบโดยประสานกับตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 (กก.สส.ภ.6) และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุจนได้พยานหลักฐานการส่งสินค้า ดังกล่าว พร้อมประวัติที่เคยมีคนมาติดตามหาตัวเนื่องจากเคยมีการฉ้อโกงคนอื่นไว้ก่อนหน้านี้

 

และเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามวันและเวลาที่ส่งพัสดุดังกล่าว ก็พบหญิงต้องสงสัยรูปร่างท้วม มากับเด็กผู้ชายอายุประมาณ 3 ขวบ มาติดต่อส่งพัสดุที่เคาน์เตอร์ โดยพบเห็นนำขวดครีมอาบน้ำ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาจากถุงพลาสติก ซึ่งเป็นสิ่งของที่เหมือนกับที่ส่งให้กับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ไปรษณีย์ บอกว่าหญิงคนนี้คล้ายกับผู้ต้องสงสัยตามบัตรประชาชน แต่ยังไม่ยืนยัน เพราะใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าไว้

ล่าสุดตำรวจสืบสวน บช.ภ.6 ได้ควบคุมตัวหญิงคนนี้มาสอบสวนแล้ว และตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จึงแจ้งข้อกล่าวหาไว้ก่อน ส่วนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าถูกหลอกมาจากเพจเฟสบุ๊กเพจหนึ่ง และโอนเงินไปให้บุคคลหนึ่ง โดยให้จัดส่งหน้ากากอนามัยให้กับผู้เสียหายโดยตรง แต่เพจดังกล่าวกลับส่งสินค้าดังกล่าวไปให้ผู้เสียหาย

 

แต่ผู้ต้องหามีเพียงหลักฐานการโอนเงินไปยังบุคคลหนึ่งตามเพจที่อ้างว่าสั่งซื้อหน้ากากอนามัยเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 63 แต่การสั่งซื้อของผู้เสียหายทั้งสองคนนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เม.ย.63 ซึ่งยังขัดแย้งกันอยู่ แต่ยอมรับว่าไม่หน้ากากอนามัยขายอยู่ที่ตัวเองจริง และทำไปเพื่อหวังทรัพย์สินเท่านั้น

ผู้ต้องหายังอ้างว่า เพิ่งหลอกขายสินค้าแบบนี้เป็นครั้งแรก และได้นำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัวหมดแล้ว ส่วนผู้เสียหายคนใดที่ถูกผู้หญิงคนนี้หลอกขายสินค้าในลักษณะนี้ สามารถแจ้งความได้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เบื้องต้นตอนนี้มีผู้เสียหายแล้ว 3 คน

กลับขึ้นด้านบน