จับบ่อนพนันไฮโล "ลำปาง" ไม่กลัว COVID-19

จับบ่อนพนันไฮโล "ลำปาง" ไม่กลัว COVID-19

จับบ่อนพนันไฮโล "ลำปาง" ไม่กลัว COVID-19

รูปข่าว : จับบ่อนพนันไฮโล "ลำปาง" ไม่กลัว COVID-19

ผู้ว่าฯ ลำปางนำจับบ่อนพนันไฮโลลักลอบเล่นไม่กลัว COVID-19 รวบนักพนันได้ 23 คน ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศ จ.ลำปาง โดยส่งตัวดำเนินคดีทันที

เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.2563) เจ้าหน้าที่ปกครอง จ.ลำปาง นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายพินิจ แก้วจิตคงทอง ปลัดจังหวัดลำปาง นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง จากที่ทำการปกครอง จ.ลำปาง ที่ทำการปกครอง อ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน จ.ลำปาง กว่า 20 นาย กระจายกำลังโอบล้อมพื้นที่สถานบริการร้านอาหารกาแฟที่พักแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านโทกหัวช้าง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

 

 

หลังได้รับแจ้งว่ามีการมั่วสุมกันจำนวนมาก โดยไม่เกรงกลัว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศ จ.ลำปาง โดยหลังจากกำลังเจ้าหน้าที่ใกล้ถึงที่จุดรับแจ้ง เนื่องจากต้องเดินลัดเลาะป่าละเมาะเข้าไป แต่ไปเจอลวดหนามกั้น ระหว่างนั้นเองกลุ่มคนจำนวนมากที่กำลังเล่นการพนันหลากหลายชนิดสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ต่างวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้มากกว่า 20 คน

จับนักพนันไฮโล 23 คน ชาย 9 หญิง 14

จากนั้นได้ประสาน พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ลำปาง ร่วมกันจับกุมผู้จัดให้มีการเล่นการพนันไฮโล โดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คน ในฐานความผิดจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตและจับกุมผู้มั่วสุมลักลอบเล่นการพนันจำนวน 23 คน ฐานความผิดร่วมกันเล่นการพนันไฮโลโดยผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 และฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนเกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรมและการมั่วสุม ลงวันที่ 3 เม.ย.2563

 

 

ก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีผู้รวมตัวกันลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่บ้านโทกหัวช้าง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ปลัดจังหวัด นายอำเภอเมืองลำปางได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าทำการปิดล้อมสถานที่ดังกล่าว โดยพบนักพนันลักลอบเล่นการพนันไฮโลอยู่ด้านใน จึงบุกเข้าจับกุมทันทีและสามารถจับกุมได้รวมทั้งสิ้น 23 คน แยกเป็นชาย 9 คน หญิง 14 คน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขลางค์นครดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กลับขึ้นด้านบน