ภาคประชาชน ระดมทุนช่วยคนเลี้ยงช้าง รายได้หด หมดเงินจ้าง และซื้ออาหารช้าง

ภาคประชาชน ระดมทุนช่วยคนเลี้ยงช้าง รายได้หด หมดเงินจ้าง และซื้ออาหารช้าง

ภาคประชาชน ระดมทุนช่วยคนเลี้ยงช้าง รายได้หด หมดเงินจ้าง และซื้ออาหารช้าง

รูปข่าว : ภาคประชาชน ระดมทุนช่วยคนเลี้ยงช้าง รายได้หด หมดเงินจ้าง และซื้ออาหารช้าง

พนักงานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม Save Elephant Foundation ร่วมกับผู้ประกอบการปางช้าง และชาวบ้านจิตอาสา ระดมกำลังเข้าตัดต้นข้าวโพดในแปลง 5 ไร่ ที่จัดซื้อด้วยเงินบริจาค เพื่อนำไปเป็นอาหารให้ช้าง 14 แห่ง ในพื้นที่ อ.แม่วาง และ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ช้างหลายเชือกต้องกินหญ้าแห้ง และต้นกล้วย เป็นอาหารหลัก หลังวิกฤตโรคระบาด COVID19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก กระทบต่อรายได้ของปางช้างขนาดเล็กมานานหลายเดือน ทำให้เจ้าของช้างต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ทั้งค่าจ้าง ควาญช้าง และ ค่าอาหารช้าง จนส่งผลกระทบต่อการดูแลช้าง จึงเป็นที่มาของการบริจาคเงินผ่านมูลนิธิอนุรักษ์รักช้าง และสิ่งแวดล้อม เพื่อระดมทุนช่วยเหลือช้างไทยทั่วประเทศ

 

 

 

ล่าสุดมียอดเงินบริจาค กว่า 1 ล้านบาท โดยทางมูลนิธิฯ ได้ส่งความช่วยเหลือไปยังปางช้างต่างๆ ทั่วประเทศรวม 46 แห่ง รวมจำนวนช้างเกือบ 500 เชือก แต่ยังมีปางช้างประสานขอความช่วยเหลือช้าง เพิ่มเติมอีกกว่า 200 เชือก

 

 

นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ช้าง และสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ปางช้างหลายแห่งกำลังได้รับผลกระทบหนัก ไม่มีเงินว่าจ้างควาญช้าง บางแห่งมีช้าง 20 เชือก แต่ต้องลดจำนวนควาญประจำช้าง เหลือเพียงครึ่ง จึงเป็นปัญหาในการดูแลช้าง ขาดคนหาอาหารให้ช้าง ทำให้ช้างไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ

 

 

ล่าสุดพบว่าในภาคใต้ และภาคอีสาน รวมทั้งในภาคเหนือ เริ่มมีการขนย้ายช้าง เพื่อนำช้างกลับสู่ภูมิลำเนา โดยจากการสอบถามคนเลี้ยงช้าง บางส่วนบอกว่าหากภายใน 6 เดือน ยังไม่มีนักท่องเที่ยวกลับมา ก็จำเป็นจะต้องกลับไปทำงานชักลากไม้ ทางมูลนิธิจึงพยายามช่วยทุกวิถีทาง เพราะเกรงว่าช้างจะกลับไปเดินบนถนนอีกครั้ง

 

 

 

ส่วนกระแสการโจมตี และกล่าวหามูลนิธิฯ จากกลุ่มคนเลี้ยงช้างบางกลุ่ม นางแสงเดือน ระบุว่า ได้มีการชี้แจงแสดงเอกสารหลักฐาน และเปิดเผยรายชื่อช้าง ที่ได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด เพื่อแสดงความโปร่งใส ทั้งนี้ยืนยันว่าทางมูลนิธิฯ เปิดกว้างในการช่วยเหลือช้างทุกเชือก ทุกกลุ่ม เพราะเห็นว่าในเวลานี้จำเป็นต้องช่วยช้างที่หิวโหย และขอให้ทุกฝ่ายลดทิฐิลง หันมาจับมือกัน เนื่องจากเมื่อใดที่มนุษย์มีปัญหากัน สัตว์จะกลายเป็นเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ

 

 

นายนิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ คณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนฯ เปิดเผยว่า ในเรื่องผลกระทบโรคระบาดต่อช้างเลี้ยง อยู่ในอำนาจการพิจารณาของกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันเป็นช่วงปิดสมัยการประชุมสภา ประกอบกับเป็นช่วงวิกฤตโควิด-19 ทำให้กรรมาธิการไม่สามารถจัดการประชุมเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาได้ สิ่งที่ทำได้คือร่วมกับภาคเอกชน ในการรวบรวมอาหารช้าง และกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ให้ได้มากที่สุด

 

 

 

ทั้งนี้หากอีก 2-3 เดือน ข้างหน้า สถานการณ์โรคระบาดเข้าสู่ภาวะปกติ และสภาเปิดการประชุม ก็จะเร่งผลักดันให้กรรมาธิการนำปัญหาเกี่ยวกับช้างเข้าไปพิจารณา เพื่อให้มีมาตรการเยียวยา หรือ เงินชดเชย แก่ผู้เลี้ยงช้าง และช่วยเหลือช้างซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของประเทศ เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายของธุรกิจการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับช้าง อาจสูงหลายพันล้าน ถึง หมื่นล้าน

กลับขึ้นด้านบน