สธ.เดินหน้ามาตรการลดแออัด - เว้นระยะห่างทางสังคม

สธ.เดินหน้ามาตรการลดแออัด - เว้นระยะห่างทางสังคม

สธ.เดินหน้ามาตรการลดแออัด - เว้นระยะห่างทางสังคม

รูปข่าว : สธ.เดินหน้ามาตรการลดแออัด - เว้นระยะห่างทางสังคม

สธ.เน้นมาตรการลดความแออัดในโรงพยาบาล จัดส่งยาทางไปรษณีย์ รับยาใกล้บ้าน และรับการรักษาทางการแพทย์ออนไลน์ ชี้ อสม.กลไกหลักช่วยมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมให้ความรู้ชุมชนห่างไกล COVID-19

วันนี้ ( 9 เม.ย.63) เวลา 13.30 น.กระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึง การแยกผู้ป่วยไวรัส COVID - 19 กับผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งผู้สูงอายุมีความเสี่ยงจึงมีมาตรการลดความแออัดเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ในสถานพยาบาล กรมการแพทย์จึงออกคู่มือในการลดความแออัดในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง เบาหวาน และอื่น ๆ

นพ.สมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่อาการดีจะมีการรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านรับยาทางไปรษณีย์ และเลื่อนนัด ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับบริการได้ตามปกติ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่สามารถคุมอาการได้ตามปกติสามารถรับยาได้ที่ร้านขายยาใกล้บ้าน และจัดยาทางไปรษณีย์ และให้คำปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ โดยสามารถสอบถามได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ความร่วมมือครบถ้วน ถูกต้อง บางกรณีอาจให้ข้อมูลไม่ครบจะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แพทย์ 

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่่มเติมว่า ผู้ป่วยไวรัส COVID - 19 ทุกคนต้องนอนที่โรงพยาบาล อย่างน้อย 2-7 วันแล้วแต่อาการ หากดีขึ้นเร็วจะย้ายไปที่หอผู้ป่วยโควิดเฉพาะกิจ Hospitel โดยจะให้อยู่ครบ 14 วัน ไม่มีอาการไม่ให้ยา ปอดบวมจะให้ยาต้านมาลาเรีย ยาต้านไวรัสเอดส์และยาฟาวิพิราเวียร์ทุกคนซึ่งจะช่วยลดผู้ป่วยอาการปอดบวมรุนแรงได้

ด้าน นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ขณะนี้มีอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จำนวนทั้งสิ้น 1.4 ล้านคน หากปฏิบัติถูกต้องทั้งครอบครัวของ อสม.ที่ครอบครัวละ 3-4 คน จะช่วยได้ประมาณ 3-4 ล้านคน ขณะที่ อสม. 1 คน ดูแลประชาชนจำนวน 15-20 ครัวเรือน หาก อสม.เป็นกำลังหลักในมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจะช่วยรับมือ COVID-19 ได้

ทั้งนี้ อสม.มีบทบาทสำคัญคือ บทบาทให้ความรู้ที่ถูกต้องและสร้างความตระหนัก โดยปัจจุบันเคาะประตูบ้านให้ความรู้แล้ว 9 ล้านครัวเรือน 2.รวมสร้างมาตรการทางสังคม เช่น การจัดงานศพ งานบุญ จะใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 3.เป็นต้นแบบในการเว้นระยะห่างทางสังคม นอกจากนี้ยังช่วยจัดสภาพแวดล้อมชุมชน ตั้งด่านชุมชนสนับสนุนมาตรการล็อกดาวน์ ร่วมเป็นทีมเฝ้าระวังติดตามตัวในพื้นที่ต่างๆ และให้คำแนะนำในช่วงการกักตัว 14 วัน

รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ อสม.จะโทรไปยังครอบครัวหรือแจ้งให้ให้งดเว้นการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยให้โทรศัพท์และรณรงค์ไม่ให้จัดงานต่าง ๆ กรณีที่จำเป็น ควรสรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน แสดงความกตัญญูโดยการกราบไหว้ห่าง 2 ม.

ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประชาชนที่เดินทางกลับจากการประกอบพิธีทางศาสนาประชาชนส่วนหนึ่งที่ต้องได้รับการกักกันโรค โดย อสม.จะปฏิบัติตัวเป็นต้นแบบโดยมีคู่มือในการรับมือกับ COVID -19

นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "เป้าหมายการเว้นระยะห่างทางสังคมคือตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 80 หาก อสม.ทำได้ก็จะเกิดประสิทธิภาพในการดูแลและป้องกันไวรัส COVID-19 แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนด้วย"

 

กลับขึ้นด้านบน