หมอเตือน “เลี่ยงวิ่ง” เหตุหายใจแรงเสี่ยงรับ COVID-19

หมอเตือน “เลี่ยงวิ่ง” เหตุหายใจแรงเสี่ยงรับ COVID-19

หมอเตือน “เลี่ยงวิ่ง” เหตุหายใจแรงเสี่ยงรับ COVID-19

รูปข่าว : หมอเตือน “เลี่ยงวิ่ง” เหตุหายใจแรงเสี่ยงรับ COVID-19

“หมอยง” โพสต์เตือนการวิ่งออกกำลังกายในช่วง COVID-19 หากจำเป็นควรงด โดยเฉพาะในพื้นที่มีคนวิ่งจำนวนมาก เพราะการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง จะหายใจแรง โอกาสหายใจเอาลมมาจากระยะไกลกว่าปกติ

วันนี้ (10 เม.ย.2563) นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกกำลังหายในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ว่า โควิด-19 นักกีฬา นักวิ่ง ในยามวิกฤต

ร่างกายที่แข็งแรงเป็นเกาะป้องกันไม่ให้เกิดโรคโควิด-19 ลดความรุนแรงได้สิ่งที่สำคัญจะต้องประกอบไปด้วย นอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ในนักกีฬาที่เป็นนักวิ่งมาราธอน ผมเชื่อว่าทุกคนมีร่างการแข็งแรงอยู่แล้ว ข้อเสนอแนะในยามวิฤต โรคโควิด-19 ระบาด การออกกำลังกายเป็นสิ่งทุกท่านทำดีอยู่แล้ว แต่ในภาวะวิกฤต ในการป้องกันโรคเราจะให้ความสำคัญ ของการดูแลสุขอนามัย Physical Distancing ลดการ movement ของประชากรในกลุ่มนักกีฬาที่ต้องมีการฝึกซ้อม

วิ่ง หายใจแรงเสี่ยงรับเชื้อได้

สิ่งที่สำคัญต้องดูแลเรื่องสุขอนามัย การกิน การจับต้องสิ่งของ การล้างมือ ระวังมือไม่สะอาดมาถูกใบหน้า เวลามีเหงื่อออก ต้องนึกเสมอว่า มือเราล้างมาแล้วหรือยัง หรือมีผ้าสะอาด เครื่องใช้ส่วนตัว มาเช็ดเหงื่อไม่ปะปนกับใคร

ในการออกกำลังกาย วิ่ง เราหายใจแรง โอกาสหายใจเอาลมมาจากระยะไกลกว่าปกติ

ในยามวิกฤตแบบนี้ เราต้องคำนึงถึง Physical Distancing ต้องกำหนดระยะห่างทางสรีระ ไม่น้อยกว่า 2 เมตร จะต้องไม่ไปเป็นกลุ่มใหญ่ ควรมีการวิ่งกับเพื่อน 1-2 คน และกำหนดระยะห่างให้ไม่น้อยกว่า 2 เมตร เพื่อลด Social Distancing ไป ในตัว ในยามนี้ การแข่งขัน การจัดการวิ่ง ไม่ว่าเพื่อการอะไรก็ตามเช่น การกุศล ไม่ควรจัดในเวลาแบบนี้ เพราะจัดย้ายไปมาถือเป็น การเคลื่อนย้ายประชากร

นักกีฬาวิ่งฝึกซ้อมเจอคนมากยิ่งเสี่ยง

ระยะทางที่วิ่งฝึกซ้อม ควรจะไม่มีการไปพบปะผู้คน ที่อยู่กันหมู่มาก เข้าใจดีว่าทำไมจึงมีการปิดสวนสาธารณ เพราะจะเป็นแหล่งรวมคนหมู่มาก จึงไม่เหมาะสำหรับเหตุการณ์แบบนี้

ในบางแห่ง ชานเมือง นอกเมืองที่ไม่มีคนพลุกพล่านหรือรอบหมู่บ้านที่โล่งแจ้งก็สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกายได้ แต่ไม่ควรจะมีบุคคลจำนวนมาก หรือวิ่งรวมกลุ่มหลายๆคน เพราะเราจะต้องนึกว่าที่แยกห่างจากกันแบบนี้ ก็เป็นเพราะเราต้องการป้องกันเขา และเขาก็ป้องกันเราไม่ให้ติดโรค

แน่นอนถ้าเป็นที่โล่งแจ้งไม่มีผู้คนพลุกพล่าน การออกกำลังกายน่าจะเหมาะและการวิ่งเป็นการยากที่จะต้องใส่หน้ากากอนามัยเพราะจะหายใจไม่ทัน เป็นที่เข้าใจกัน จึงต้องระมัดระวังในสังคมคนหมู่มาก การนัดรวมตัวไปวิ่งมาราธอน ที่ใดที่หนึ่ง หรือจัดการเป็นกลุ่ม จึงยังไม่ควรทำในระยะการระบาดของโรค

ขอให้อดใจ ช่วยกันให้ผ่านพ้นวิกฤตไปก่อนเรายังมีเวลาหลังผ่านพ้นวิกฤตไปแล้ว ค่อยมารวมกิจกรรมกันใหม่ ถึงแม้จะยาวเป็นปีก็ต้องยอมนะครับ

กลับขึ้นด้านบน