"ก้าวไกล"เสนอเยียวยาแบบถ้วนหน้าในสถานการณ์ COVID-19

"ก้าวไกล"เสนอเยียวยาแบบถ้วนหน้าในสถานการณ์ COVID-19

"ก้าวไกล"เสนอเยียวยาแบบถ้วนหน้าในสถานการณ์ COVID-19

รูปข่าว : "ก้าวไกล"เสนอเยียวยาแบบถ้วนหน้าในสถานการณ์ COVID-19

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พาทีม ส.ส.ก้าวไกลลงพื้นที่คลองเตย สำรวจผลกระทบจาถสถานการณ์ COVID-19 โดยพบว่ามีประชาชนจำนวนมากตกสำรวจจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ พร้อมเสนอปรับให้เป็นระบบเยียวยาถ้วนหน้า

วันนี้(13 เม.ย.) ส.ส.พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของจำเป็น เช่น แอลกอฮอลล์เจลและหน้ากากอนามัยแล้วและรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ชุมชนโรงหมู เขตคลองเตย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 และได้รับข้อมูลว่าเป็นหนึ่งในชุมชนที่ตกสำรวจจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

โดยทีมงาน ส.ส.พรรคก้าวไกล ยังได้นำนมเด็กมาแจกจ่ายให้กับเด็กอ่อนภายในชุมชนด้วย เนื่องจากชุมชนนี้มีกลุ่มประชากรที่เป็นเด็กอ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ทีมงาน ส.ส.พรรคก้าวไกล ยังได้สอบถามชาวบ้านถึงชีวิตความเป็นอยู่ และการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทะเบียนรับเงิน 5,000บาท ที่มีชาวบ้านจำนวนมากยังไม่ได้รับ หรือยังไม่ได้ลงเนื่องจากเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต

นายพิธากล่าวว่าที่ผ่านมาทีมงานและ ส.ส.พรรคก้าวไกลได้พยายามลงพื้นที่พบปะและแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนในหลายๆพื้นที่ เท่าที่ข้อจำกัดต่างๆจะเอื้ออำนวย โดยนอกจากการแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น ยังถือโอกาสสำรวจสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในสถานการณ์นี้

ชุมชนโรงหมูในเขตคลองเตยเป็นชุมชนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเปราะบาง รัฐคิดระบบหรือนโยบายอะไรมาก็มักจะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ และยังเป็นชุมชนที่มีเด็กอ่อนอยู่ เท่าที่สำรวจมาประชากร 70% ถ้าไม่ตกงานก็โดนลดเงินรายได้ จึงอยากมาดูเรื่องนโยบายเราไม่ทิ้งกันด้วย 

อีกปัญหาหนึ่งคือเรื่องของการตกสำรวจ อย่างในชุมชนนี้ตามทะเบียนบอกว่ามีประชากร 200 ครัวเรือน แต่พอสำรวจจริงๆมี 550 ครัวเรือน คนที่ตกสำรวจแน่นอนว่าจะไม่มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นตัวอย่างแค่เขตเดียว แต่ทั่วประเทศเชื่อว่ามีคนตกสำรวจหรือไม่สามารถขอรับสิทธิได้อีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเพราะลงทะเบียนไม่เป็นหรือลงทะเบียนผิด หรือไม่ผ่านการคัดกรองก็ตาม

นายพิธา กล่าวว่า ต้องเปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นการดูแลเยียวยาแบบถ้วนหน้าเพื่อให้ประชาชนตั้งหลักได้ในสามเดือนแรก จากลงทะเบียน 25 ล้านคนจะมีคนที่ได้ 9 ล้านคนและไม่ได้อีกสิบกว่าล้านคนที่ต้องผิดหวัง ต้องมารอลุ้นว่าตกลงแล้วเข้าเกณฑ์หรือไม่เข้าเกณฑ์ ทั้งๆที่ได้รับผลกระทบจริงๆ 

ขณะที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก สตรี คนชรา กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งในฐานะอดีตคนทำงานในประเด็นสิทธิเด็กมาก่อน ระบุว่าสิ่งที่มีความกังวล คือกลุ่มคนที่มีความเปราะบางที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ เด็ก รวมถึงเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งข้อมูลจากต่างประเทศทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสพบว่าความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงล็อคดาวน์นี้

จึงขอเรียกร้องให้มีการดูแลชีวิตของเด็กในช่วงที่โรงเรียนกำลังปิดนี้ ที่จำเป็นจะต้องให้เด็กๆได้ทานอาหารที่ครบถ้วน มีอาหารกลางวันสนับสนุนและมีนมโรงเรียนให้ดื่ม และชุมชนจะต้องช่วยกันดูแลไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นกับเด็ก รวมทั้งกรณีของความรุนแรงในครอบครัวด้วย ซึ่งแม้จะไม่ปรากฏแต่ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์จะลดน้อยลง แต่สังคมและชุมชนกำลังโฟกัสไปที่จุดอื่น ซึ่งตนเห็นว่าจำเป็นต้องมีการเพิ่มเติมอาสาสมัครและการดูแล ตลอดจนทักษะการดูแลกันในครอบครัวที่ทำให้มีความรุนแรงในครอบครัวลดลง

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน